อยู่ไม่ไกล ตั้งใจจะไปคลายความสงสัยในใจที่นั่นนักพรตหยวนชิงราวกับคาดการณ์ไว้แล้วว่าเฮ่อจือหร่านจะสนทนากับเขา ไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ ก็ก้าวยาว ๆ มุ่งหน้าไปยังศาลาพักร้อนแล้วเฮ่อจือหร่านไม่ได้ปิดบังสิ่งใดจากโม่จิ่วเยี่ย นอกจากตัวตนที่ข้ามเวลามานางเคยคิดที่จะเปิดเผยเรื่องนี้กับโม่จิ่วเยี่ยเช่นกัน เพียงแต่ยังไม่พบโอกาสที่เหมาะสมวันนี้เมื่อนักพรตได้ล่วงรู้แล้ว เฮ่อจือหร่านจึงตัดสินใจให้โม่จิ่วเยี่ยได้รู้จักนางมากขึ้นทั้งสามทยอยเข้ามาในศาลาพักร้อน เฮ่อจือหร่านจ้องมองนักพรตหยวนชิง รอให้เขาเอ่ยปากก่อนนักพรตหยวนชิงเหลือบมองโม่จิ่วเยี่ยก่อน ความหมายชัดเจนว่าก าลังถาม เฮ่อจือหร่านว่าเหมาะสมหรือไม่ที่จะพูดเรื่องเหล่านี้ต่อหน้าผู้อื่น“ท่านนักพรตโปรดวางใจ สามีของข้าเป็นคนที่ไว้ใจได้” เฮ่อจือหร่านรีบอธิบาย
นักพรตหยวนชิงจึงสังเกตเห็นโม่จิ่วเยี่ยเป็นครั้งแรก และตกตะลึงเช่นเดียวกับตอนที่เห็นเฮ่อจือหร่านทันใดนั้นเขาก็ยิ้มออกมา “ไม่แปลกใจเลย…วิเศษจริง ๆ…วิเศษจริง ๆ…”คราวนี้กลับเป็นโม่จิ่วเยี่ยที่งุนงงสงสัย“ท่านนักพรตหมายความว่าอย่างไร?”นักพรตหยวนชิงไม่มีความตั้งใจจะปิดบังอะไร “ผู้ที่ควรตายกลับยังมีชีวิตอยู่ นั่นไม่ใช่เรื่องน่าอัศจรรย์หรอกหรือ?”ตอนนี้ โม่จิ่วเยี่ยก็เข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นในวันแต่งงานของเขา หากไม่ใช่เพราะภรรยาเตือนสติ เขาอาจจะเสียชีวิตไปครึ่งหนึ่งตั้งแต่กลับมาจากวังแล้วหากไม่มีภรรยาอยู่ด