บุรุษคนใดของสกุลโม่ต้องการครองต าแหน่งนี้ เพียงแค่ขอพระบรมราชานุญาตเพื่อเปลี่ยนแปลงก็เพียงพอแล้วในขณะเดียวกัน จักรพรรดิซุ่นอู่ยังออกพระราชโองการให้โม่จิ่วเยี่ยจัดการส่งบุรุษสกุลโม่เข้าร่วมรบในทันที่ โดยไม่จ าเป็นต้องเดินทางมาเข้าเฝ้าที่ เมืองหลวงเมื่อพระราชโองการนี้ออกมา เหล่าขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ในราชส านักต่างตกตะลึงอาจกล่าวได้ว่านี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การสถาปนาราชวงศ์ต้าซุ่นในช่วงเริ่มก่อตั้งราชวงศ์ต้าซุ่นนั้น แท้จริงแล้วเคยมีอ๋องต่างสกุลอยู่หนึ่งท่าน เหตุเพราะบุคคลผู้นั้นได้ร่วมกับบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งราชวงศ์สร้างอาณาจักรต้าซุ่นขึ้นมาแม้จะเป็นเช่นนั้น อ๋องหย่งอันก็ไม่เคยมีเรื่องการพระราชทานเขตปกครองแต่อย่างใด
ทว่าสกุลโม่ในปัจจุบัน เมื่อปีที่แล้วถูกมีพระบรมราชโองการเนรเทศไปยัง ซีเป่ย ร่องรอยของผู้คนจากสกุลโม่ถึงกับค่อย ๆ จางหายไปจากสายตาของเหล่าขุนนางเหล่านี้แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดคือองค์จักรพรรดิ ไม่เพียงแต่ล้างมลทินให้กับสกุลโม่เท่านั้น แต่ยังประกาศต่อหน้าผู้คนว่าเป็นเพราะฝ่าบาทหลงเชื่อค ายุยงของคนชั่วจึงท าให้สกุลโม่ต้องถูกเนรเทศอย่างอยุติธรรมนี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จักรพรรดิท าเช่นนี้ ไม่เคยมีมาก่อนในอดีตสิ่งที่ท าให้ผู้คนตะลึงยิ่งกว่านั้นคือจักรพรรดิซุ่นอู่ยังแต่งตั้งโม่จิ่วเยี่ยเป็นอ๋องตะวันตกในทันที่แม้ว่าบิดาและบุตรแห่งสกุลโม่จะเคยสร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ในส