โม่ต้องการเพียงใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ตราบใดที่ไม่ไปท าเรื่องใหญ่โตร้ายแรงเหล่านั้นพวกเราก็จะไม่ท าสิ่งใดที่เป็นภัยคุกคามต่อราชวงศ์ต้าซุ่นหากราชส านักเกิดระแคะระคายขึ้นมา ถึงตอนนั้นสกุลโม่ของพวกเขาก็จะแข็งแกร่งเต็มที่ ต่อให้จะก่อกบฏต่อราชวงศ์ต้าซุ่นแล้วจะอย่างไร?แน่นอนว่านี่เป็นเพียงหนทางที่เฮ่อจือหร่านคิดไว้เท่านั้น ในความคิดของนางกับโม่จิ่วเยี่ยไม่เคยมีแผนการจะก่อกบฏหรือท าเรื่องใดในลักษณะเช่นนี้มาก่อนแต่ทุกคนล้วนมีเส้นตาย เส้นตายนี้คือราชส านักจะต้องไม่คิดร้ายต่อสกุลโม่ตราบใดที่ไม่มีใครล่วงล ้าเส้นตายนี้ พวกเขาก็จะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขที่ซีเป่ยและอาจกลายเป็นก าแพงที่ส าคัญต่อต้านการรุกรานของชนเผ่าหมานอี๋ที่ชายแดนตะวันตกได้อีกด้วยโม่จิ่วเยี่ยรู้สึกว่าสิ่งที่เฮ่อจือหร่านพูดนั้นมีเหตุผลมากขึ้น“หากเป็นเช่นนั้น พวกเราก็ควรพูดตรง ๆ กับหนานอวี่ อย่างไรก็ตาม พวกเราต้องไม่ถูกบังคับฝืนใจ”เฮ่อจือหร่านย่อมไม่เคยคิดจะบังคับฝืนใจอยู่แล้ว“ได้ พวกเราไปหาเขากันเดี๋ยวนี้เลย”
เมื่อหนานอวี่เห็นทั้งสองคนเดินกลับมา ในทันใดนั้นเขาก็รู้สึกราวกับมีดอกไม้ในใจก าลังบานสะพรั่ง“คุณชายเก้า ฮูหยินเก้า พวกท่านตกลงแล้วใช่หรือไม่”“องค์ชายสาม เรื่องนี้พวกข้าสามารถพิจารณาได้ แต่มีเงื่อนไขว่าท่านต้องยอมรับข้อเสนอของพวกข้าหนึ่งข้อ”“เงื่อนไขอะไรรีบบอกมาเถอะ อย่าว่าแต่หนึ่งข้อเลย ขอเพียงท่านกลับมา จะมีสิบข้อข้าก็ยอม”หนานอว