ี่แสดงท่าทีร้อนใจต่อหน้าทั้งสองเป็นครั้งแรก เห็นได้ชัดถึงจิตใจที่ต้องการคนมีความสามารถของเขาโม่จิ่วเยี่ยยิ้มบางกล่าวว่า “ข้าไม่อ้อมค้อมกับองค์ชายสาม มีเพียงเงื่อนไขเดียวเท่านั้น เมื่อครู่องค์ชายสามได้กล่าวว่าหากสกุลโม่ของข้ากลับคืนสู่ราชส านัก อาจจะได้รับพระราชทานต าแหน่งอ๋องเรื่องนี้ข้าไม่มีข้อคัดค้าน แต่มีข้อแม้ว่า ข้าจะขอดินแดนซีเป่ยมาเป็นเขตปกครอง หากสามารถตอบสนองข้อเรียกร้องนี้ของข้าได้ บิดาและบุตรชายสกุลโม่ก็พร้อมสวมชุดเกราะออกรบทันที”ถึงตอนนั้นหากหนานอวี่ขึ้นครองอ านาจ โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่คิดจะปิดบังข่าวที่บรรดาบุรุษสกุลโม่ยังมีชีวิตอยู่อีกต่อไปเรื่องการขอดินแดนซีเป่ยมาเป็นเขตปกครองนั้น ก่อนจะเอ่ยกับหนานอวี่ เขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าอีกฝ่ายจะต้องตอบตกลง
เมื่อถึงเวลานั้น บรรดาบุรุษแห่งสกุลโม่จะต้องปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน แทนที่จะรอจนถึงตอนนั้นแล้วค่อยบอก ไม่สู้ให้หนานอวี่รู้เสียแต่เนิ่น ๆ จะได้แสดงถึงความจริงใจของเขาด้วยหนานอวี่พลันถูกค าพูดนั้นสะเทือนใจอย่างแท้จริงหากพูดว่าพี่ชายของโม่จิ่วเยี่ยฟื้นคืนชีพ เขาก็พอรู้อยู่บ้าง แต่โม่จิ่วเยี่ยเพิ่งพูดอะไรเขาบอกว่า บิดาและบุตรชายสกุลโม่จะสวมเกราะออกรบนี่หมายความว่าอะไรหมายความว่านายท่านผู้เฒ่าแห่งสกุลโม่ก็ยังมีชีวิตอยู่นี่ช่างท าให้ผู้คนรู้สึกราวกับว่ามันเป็นเรื่องเหลือเชื่อนักหนานอวี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังอดถามออกไปไม่ได้“คุณชา