่องดีก็ได้ หากโม่จิ่วเยี่ยไม่เต็มใจ แต่ภรรยาของเขาเต็มใจ ก็อาจช่วยผลักดันเรื่องนี้ได้บ้างเนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน ครั้งนี้หนานอวี่จึงไม่อ้อมค้อมกับสามีภรรยาโม่จิ่วเยี่ย พูดเข้าเรื่องทันที่เขาค้อมกายค านับโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่าน“คุณชายเก้า ฮูหยินเก้า หนานอวี่หวังว่าสกุลโม่จะกลับสู่ราชส านัก แบ่งเบาภาระของข้าได้”สิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นการแบ่งเบาภาระให้ตนเองไม่ใช่เพื่อบ้านเมืองหรือจักรพรรดิซุ่นอู่ เขาเพียงหวังว่าโม่จิ่วเยี่ยจะนึกถึงมิตรภาพระหว่างพวกเขาและช่วยเหลือกันสักหน่อย
โม่จิ่วเยี่ยคิดว่าตนแสดงจุดยืนต่อหนานอวี่ชัดเจนแล้ว และคิดว่าหนานอวี่เป็นคนที่เข้าใจตนพออีกฝ่ายท าเช่นนี้ สิ่งแรกที่โม่จิ่วเยี่ยคิดคือการปฏิเสธทว่าเฮ่อจือหร่านที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ กลับคิดต่างออกไปก่อนโม่จิ่วเยี่ยจะปฏิเสธ เฮ่อจือหร่านก็ดึงแขนเสื้อของเขา แล้วใช้สายตาบอกให้เขาอย่าเพิ่งพูดอะไรออกมาโม่จิ่วเยี่ยกลืนค าพูดลงไป จ้องมองเฮ่อจือหร่านด้วยความไม่เข้าใจแม้เฮ่อจือหร่านจะมีความคิดของตัวเอง แต่นางไม่คิดจะพูดออกมาก่อนได้รับความยินยอมจากโม่จิ่วเยี่ย“องค์ชายสาม ท่านก็รู้ถึงชะตากรรมของคนสกุลโม่ และยิ่งเข้าใจดีถึงความอยุติธรรมที่สกุลโม่ได้รับ บัดนี้สกุลโม่ของข้าเพิ่งตั้งรกรากที่ซีเป่ยได้อย่างยากล าบาก ย่อมไม่เคยคิดจะก้าวก่ายเรื่องของราชส านักอีก”ตามหลักแล้ว หากเฮ่อจือหร่านจะปฏิเสธค าขอของหนานอวี่นางก็ควรจะ