อย่างนั้นหรือจักรพรรดิซุ่นอู่แทบจะโกรธจนหมดสติเมื่อได้ยินค าพูดแบบนั้นสิ่งที่เขาต้องการในเวลานี้คือขุนพลที่สามารถในการบัญชาการกองทัพทั้งสามได้ ไม่ใช่แค่กองหน้าเท่านั้น“นอกจากคนสกุลโม่กับขุนพลอาวุโสจินแล้ว ข้าผู้เป็นใหญ่แห่งราชวงศ์ต้าซุ่นไร้คนใช้งานแล้วอย่างนั้นหรือ?”ความจริงจักรพรรดิซุ่นอู่ก็รู้ค าตอบดีอยู่แล้ว แม้ว่าเขาจะโง่เขลาและไร้ความสามารถไปบ้าง แต่ก็ยังรู้ดีว่าคนใต้บังคับบัญชาของตนเองเป็นอย่างไรเมื่อจักรพรรดิซุ่นอู่กล่าวเช่นนั้น เหล่าขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและบู๊ในราชส านักต่างพากันนิ่งเงียบพวกเขาคิดว่าครั้งนี้จักรพรรดิซุ่นอู่จะต้องโกรธเกรี้ยว แต่เขากลับไม่ได้มีท่าทีแบบนั้นเขามองหนานอวี่ที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดแล้วถามด้วยน ้าเสียงที่อ่อนลงว่า “อวี่เอ๋อร์ เจ้าคิดว่าการล้างมลทินให้สกุลโม่และให้โม่จิ่วเยี่ยมาเป็นแม่ทัพเป็นอย่างไร?”หนานอวี่ “…”เขาก็อยากให้เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน!
แต่ไม่มีใครเข้าใจความคิดของโม่จิ่วเยี่ยดีเท่าเขาอีกแล้ว เรื่องนี้เขาลองหยั่งเชิงอีกฝ่ายหลายครั้ง แต่เพราะอีกฝ่ายผิดหวังกับราชส านักมาก บัดนี้พอถึงเวลาที่ไม่มีใครให้ใช้งานจึงนึกถึงคนขึ้นมา“เสด็จพ่อ ลูกคิดว่าโม่จิ่วเยี่ยคงไม่ยินยอมพ่ะย่ะค่ะ”“ท าไมกัน? โม่จิ่วเยี่ยเป็นราษฎรของต้าซุ่น เมื่อต้าซุ่นมีภัย เขาไม่ควรทุ่มเททั้งกายใจรับใช้ต้าซุ่นหรอกหรือ? อีกทั้งเรายังสามารถล้างมลทินให้กับคนสกุลโม่ได้ เช่นนี้ยังไม่พออีกหรือ