ใครจะรู ้ว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ลงมือ ก็รู ้สึกถึงความคันอย่าง ทรมานบนร่างกาย และความคันนี้เป็ นความรู ้สึกที่แทรกซึมเข้าไปถึง กระดูก
เพียงเพราะเขารู ้สึกไม่สบายขึ้นมาทันใด พละกาลังเล็กน้อยที่ เพิ่งรวบรวมได้ก็หายวับไปในพริบตา และเขาก็ทรุดลงกับพื้นอีกครั้ง
ตามมาด้วยเสียงหัวเราะที่น่าเกลียดกว่าเสียงร ้องไห้ดังมาจากใน คุก พร ้อมกับเสียงด่าทอแหลมคมของจักรพรรดินี
“โม่จิ่วเยี่ย เจ้าทาอะไรกับข้า? ข้าเป็ นถึงมารดาแห่งแผ่นดิน การ กระทาเช่นนี้ของเจ้าถือเป็ นโทษถึงตาย”
“โม่จิ่วเยี่ย…ฮ่าๆๆๆ…ข้าคันจะตายอยู่แล้ว…แม้ข้าจะกลายเป็ นผี ก็จะไม่ปล่อยเจ้าไปเป็ นอันขาด…”
โม่จิ่วเยี่ยกอดอกยืนมองดูพวกเขาทั้งหลายทรมานด้วยสายตา เย็นชา
เวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป ความคันบนร่างกายของพวกเขาก็ ค่อย ๆ บรรเทาลงในที่สุด
ในขณะเดียวกัน รอยยิ้มบิดเบี้ยวที่พวกเขาเพิ่งแสดงออกมาก็ทา ให้เรี่ยวแรงที่เหลือน้อยนิดหมดลงไปด้วย
ทั้งสามคนนอนหอบหายใจบนพื้น จ้องมองโม่จิ่วเยี่ยด้วยสายตา ที่แตกต่างกันไป
ในดวงตาของอัครเสนาบดีเซวียดูเหมือนจะมีมีดอยู่
“โม่จิ่วเยี่ย ถ้าเจ้ามีความสามารถจริง ก็จงสังหารข้าเสียเถิด”
เซวียป๋ อมองไปทางโม่จิ่วเยี่ยด้วยสายตาวิงวอน
“โม่จิ่วเยี่ยเรื่องในอดีตนั้น ข้าก็เพียงแต่ทาตามคาสั่งของท่านพ่อ มิใช่เจตนาของข้าเอง ดังสานวนที่ว่าความแค้นมีต้นตอ หนี้สินมี เจ้าของ ถึงเจ้าจะมาทวงหนี้ ก็ไม่ควรมาหาข้า”