เมื่อครู่ตอนที่โม่จิ่วเยี่ยโปรยผงคันนั้น จักรพรรดินีอยู่ใกล้กับ ตาแหน่งของเขามากกว่า ดังนั้นพิษในร่างกายของนางจึงรุนแรงกว่า อัครเสนาบดีเซวียและเซวียป๋ อ
ในตอนนี้นางยังคงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ แต่ก็พยายามอดกลั้นไว้ ความรู ้สึกที่ไม่อาจทนได้อีกต่อไปนั้น ทาให้จิตใจของนางล่มสลาย อย่างสิ้นเชิง
นางไม่สามารถเอ่ยปากพูดได้เหมือนอย่างพ่อลูกตระกูลเซวีย ได้ แต่มองโม่จิ่วเยี่ยอย่างไม่ละสายตา
เมื่อเห็นแววตาอาฆาตแค้นของจักรพรรดินีที่ใกล้จะสิ้นใจ โม่จิ่ว เยี่ยก็นึกถึงบรรดาพี่สะใภ้ทั้งหลายที่บ้าน
“เจ้าช่างเป็ นหญิงชั่วช ้า ตระกูลข้าทาอะไรผิดต่อเจ้า เจ้าถึงได้ส่ง คนไปวางยาพิษให้บรรดาพี่สะใภ้ผู้น่าสงสารของข้า? แค่นั้นยังไม่พอ ตระกูลข้าถูกใส่ร ้ายจนต้องถูกเนรเทศ เจ้ายังโหดร ้ายถึงขนาดส่งคน ไปวางยาพิษในอาหารเช ้าของพวกข้าอีก?”
เมื่อถูกถามถึงเรื่องเหล่านี้ จักรพรรดินีก็หัวเราะลั่นอย่างควบคุม ไม่ได้อีกต่อไป
“ฮ่า ๆ ฮ่า… ใครใช้ให้สกุลโม่ของเจ้าไปคบหากับหนานฉีกัน ใครก็ตามที่ขวางทางเหิงเอ๋อร ์ของข้า ข้าจะไม่ปล่อยไว้แม้แต่คนเดียว ถึงขนาดจะทาให้พวกเจ้าสิ้นซากไร ้ทายาท…”
เมื่อได้ยินจักรพรรดินีสารภาพด้วยปากตนเองถึงสิ่งที่นางได้ กระทาต่อสกุลโม่ แม้โม่จิ่วเยี่ยจะรู ้เรื่องนี้มาก่อนแล้ว แต่ยามนี้เขาก็ ไม่อาจวางเฉยได้
เขายกเท้าเหยียบลงบนมือข้างหนึ่งของจักรพรรดินี แล้วบดขยี้ อย่างแรง