นอย่างชัดเจน
อัครเสนาบดีเซวียจ้องมองโม่จิ่วเยี่ย ด้วยสีหน้าตกตะลึง ราวกับว่าตนเองก าลังเห็นภาพหลอน
“นี่…เป็นไปไม่ได้…เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นโม่จิ่วเยี่ย…”
เซวียป๋อในตอนนี้ก็ตกใจไม่น้อย เขาดึงแขนของอัครเสนาบดีเซวีย “ท่านพ่อ โม่จิ่วเยี่ยอยู่ที่ซีเป่ย เขามีสถานะเป็นนักโทษเนรเทศหากไม่มีพระราชโองการ ชั่วชีวิตนี้ก็ไม่สามารถออกจากสถานที่อัปมงคลนั้นได้
พวกเราคงจะทนทุกข์ทรมานมามากเกินไปในช่วงไม่กี่วันนี้ ถึงได้เห็นภาพหลอนว่าโม่จิ่วเยี่ยปรากฏตัวขึ้น”
เมื่อเทียบกับพ่อลูกคู่นี้ จักรพรรดินีกลับดูสงบนิ่งกว่ามาก
“โม่จิ่วเยี่ย เหตุใดเจ้าจึงปรากฏตัวที่นี่ หากเจ้าจากไปเดี๋ยวนี้ ข้าจะท าเป็นไม่เคยเห็นเจ้า มิฉะนั้น ข้าจะบอกทุกคนว่าเจ้าได้มาถึงเมืองหลวงแล้ว ท าให้สกุลโม่ของเจ้าต้องรับโทษหนักขึ้นอีก”
โม่จิ่วเยี่ยแค่นเสียงเย็นชา “ข้าเกรงว่าเจ้าคงไม่มีโอกาสได้บอกใครอีกแล้ว”
พูดจบ เขาก็หยิบขวดกระเบื้องเล็ก ๆ ออกมาจากอกเสื้อ แล้วเทผงสีขาวที่อยู่ข้างในลงบนตัวของคนเหล่านั้น
ผงสีขาวนี้คือผงคันที่เฮ่อจือหร่านคิดค้นขึ้นมา ตระกูลเซวียนั้นท าความชั่วมามากมาย สร้างความเสียหายให้สกุลโม่อย่างใหญ่หลวง แม้วันนี้โม่จิ่วเยี่ยจะเอาชีวิตพวกเขา แต่เขาก็ไม่คิดจะให้พวกเขาตายอย่างสบาย
ขณะนี้อัครเสนาบดีเซวียและเซวียป๋อก็ไม่ได้อยู่ในภาพลวงตาอีกต่อไป พวกเขาสามารถยืนยันได้แล้วว่าคนตรงหน้าคือโม่จิ่วเยี่ย
อัครเสนาบดีเซวียรู้ดีว่าวันนี