ภายภาคหน้าโม่จิ่วเยี่ยลงมือรวดเร็ว ขณะที่ขันทีรับใช้สองคนของฉีฉางซุนยังไม่ทันตั้งตัว พวกเขาก็ถูกส่งไปยมโลกเสียแล้วฉีฉางซุนก าลังถูกมัดด้วยเชือกห้าเส้น สูญเสียแรงในการทรงตัวร่างทั้งร่างทรุดลงกับพื้นทันที่ขณะที่เขาก าลังจะร้องด้วยความเจ็บปวด โม่จิ่วเยี่ยก็เอามีดจ่อล าคอของเขา“ถ้าไม่อยากตาย ก็อย่าส่งเสียง”ฉีฉางซุนอยู่ข้างกายจักรพรรดิซุ่นอู่มานาน เขามีสายตาในการพิจารณาสถานการณ์ โดยเฉพาะในยามคับขัน เขาย่อมไม่กล้าท าอะไรโดยพลการโม่จิ่วเยี่ยเห็นเขาพูดรู้เรื่องจึงเก็บมีดไปฉีฉางซุนก้มหน้าลง ไม่กล้าสบตากับผู้มาเยือน ดวงตาของเขาจ้องมองเท้าของตัวเองตลอดเวลาอย่างไรก็ตาม ด้วยแสงจันทร์เขายังสามารถมองเห็นได้ว่าบุคคลตรงหน้าแต่งกายเหมือนขันทีเช่นกัน จากจุดนี้เขายืนยันได้ว่าคนคนนี้ก็มาจากในวัง แต่ไม่รู้ว่าท างานอยู่ที่ไหนและเสียงของอีกฝ่ายก็ไม่คุ้นหูเอาเสียเลย
“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าท างานให้ที่ไหน แต่ถ้าเจ้าไว้ชีวิตข้า ข้าสัญญาว่าจะท าให้เจ้าได้รับความเจริญรุ่งเรืองในภายภาคหน้า”โม่จิ่วเยี่ยแค่นเสียงหัวเราะดูแคลน “ผู้ดูแลฉีควรคิดถึงเรื่องว่าตัวเองจะมีชีวิตรอดไปได้หรือไม่ก่อนเถอะ!”ฉีฉางซุนได้ยินค าพูดของเขา ร่างกายพลันสั่นเทาโดยไม่รู้ตัวเขาพยายามรักษาความสงบนิ่งและกล่าวว่า“เจ้าฆ่าคนของจักรพรรดินีไปแล้ว แสดงว่าไม่ได้เป็นพวกเดียวกับพวกเขา ดังนั้นข้ารู้ว่าเจ้าจะไม่ท าร้ายข้า”โม่จิ่วเยี่ยเข้าใจคนผู้นี้มานานแล้ว