โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านสบตากัน รู้ดีว่าตอนนี้คงไม่มีใครจ าพวกเขาได้ขณะที่โม่จิ่วเยี่ยก าลังจะก้าวไปเคาะประตูเพื่ออธิบาย ประตูข้างก็เปิดออกอีกครั้งคราวนี้คนที่เปิดเป็นเฟ่ยหนานอวี่เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เหตุการณ์เมื่อครู่เกิดขึ้นอีก โม่จิ่วเยี่ยรีบเอ่ยปากทันที่“คุณชายเฟ่ย ข้าเอง”เฟ่ยหนานอวี่เห็นทั้งสองคนก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ แต่ไม่นานก็จ าเสียงของโม่จิ่วเยี่ยได้หลังนึกถึงป้ายที่ให้พวกเขาไป การที่อีกฝ่ายจะแต่งตัวแบบนี้เข้าเมืองมาก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพียงแต่ชุดขันทีของทั้งสองได้มาจากที่ใด เขาไม่อาจรู้ได้แต่ไม่ว่าอย่างไร ขอเพียงพวกเขาสามารถเข้าเมืองมาได้อย่างปลอดภัยก็พอเฟ่ยหนานอวี่เบี่ยงตัวเปิดทางตรงประตู กล่าวเสียงเบาว่า “เชิญทั้งสองท่านเข้ามาเถอะ”
สถานที่ยังคงเป็นห้องหนังสือที่เคยใช้สนทนากันครั้งก่อน พวกเขาทั้งสามคนทยอยเข้ามาหลังจากนั่งลงแล้ว เฟ่ยหนานอวี่จึงถามว่า “คุณชายเก้า เหตุใดท่านถึงมาเมืองหลวงในเวลาเช่นนี้”นี่เป็นค าถามที่เขาสงสัยมาตลอด ตามหลักแล้ว เมื่อเมืองหลวงอยู่ในสภาวะไม่สงบเช่นนี้ หากโม่จิ่วเยี่ยมาที่นี่แล้วถูกคนจ าได้ จะไม่เป็นการหาเรื่องใส่ตัวหรอกหรือ?เกี่ยวกับเรื่องนี้ โม่จิ่วเยี่ยไม่มีอะไรจะปิดบัง แม้ว่าเขาจะไม่บอกความจริงกับเฟ่ยหนานอวี่ แต่เหตุการณ์บางอย่างที่อาจเกิดขึ้นที่เมืองหลวงในอนาคต อีกฝ่ายคงจะเดาได้ว่าเป็นฝีมือของเขา“สกุลโม่ของข้าถูกเนรเทศไปซีเป่ยแล้ว ตอนนี้ข้าแ