ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเสียที่
คนผู้นั้นคือผู้ติดตามของท่านพ่อ นางเรียกเขาว่าลุงเฟิงมาตั้งแต่เด็ก
ลุงเฟิงมีอายุใกล้เคียงกับเสนาบดีเฮ่อ เขารับใช้อยู่ข้างกายท่านเสนาบดีมาตั้งแต่เด็ก และเป็นคนที่ท่านเสนาบดีไว้วางใจมากที่สุด
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยมองส ารวจรอบ ๆ ก่อนจะเดินไปที่ประตูห้องหนังสือ
แม้ลุงเฟิงจะไม่มีวรยุทธ์ แต่เขาเป็นคนจริงจัง
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เขาจึงเอ่ยถามเสียงดังว่า “ใคร?”
“ลุงเฟิง ข้าเอง” เฮ่อจือหร่านรีบตอบ
“คุณหนู?” เสียงนี้ลุงเฟิงคุ้นเคยเป็นอย่างดี คุณหนูเป็นคนที่เขาเฝ้าดูการเติบโตมาตั้งแต่เด็ก
“ลุงเฟิง ท่านพ่ออยู่ในห้องหนังสือหรือไม่?”
เสียงสนทนานอกห้องหนังสือดังพอสมควร เสนาบดีเฮ่อที่อยู่ข้างในก็ได้ยินเช่นกัน เขาไม่แน่ใจว่าตนเองหูแว่วไปหรือไม่ ถึงกับได้ยินเสียงของบุตรสาวตัวเอง
ยังไม่ทันที่ลุงเฟิงจะตอบ เสนาบดีเฮ่อก็รีบผลักประตูห้องหนังสือออกมาก่อนแล้ว
เมื่อเขาอาศัยแสงจันทร์มองไปที่เงาร่างสองคนข้างหน้า เขาก็ชะงักค้างไปทันที่
เสียงนั้นเป็นของหร่านหร่านจริง ๆ แต่เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้ชายสองคน
“พวกเจ้าเป็นใครกันแน่? ท าไมถึงแอบอ้างเป็นบุตรสาวของข้า?”
เฮ่อจือหร่านสามารถบอกได้ว่าน ้าเสียงของท่านพ่อตอนพูดไม่ได้สงบนิ่งเช่นนั้น
“ท่านพ่อ ข้าคือหร่านหร่านเอง เพื่อเข้าเมือง ข้าและสามีได้ปลอมตัวเล็กน้อย”
ขณะพูด เฮ่อจือหร่านอาศัยความมืด หยิบทิชชูเปียกแผ่นหนึ่งออกมาจากพื้นที่มิ