่นี่ก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าจะอธิบายให้เจ้าฟัง”เฮ่อจือหร่านก็รู้ว่าที่นี่ไม่เหมาะส าหรับการสนทนา ทั้งสองคนจึงจูงรถม้าไปยังที่ที่ไม่มีคนอยู่อย่างเข้าใจกันเมื่อเลือกต าแหน่งที่เหมาะสมและเห็นว่าไม่มีอันตรายใด ๆ แล้วพวกเขาก็เข้าไปในพื้นที่มิติอย่างรวดเร็วโม่จิ่วเยี่ยเล่าเรื่องของเซวียป๋อให้เฮ่อจือหร่านฟังทันที่“ท่านพี่ หัวหน้าองครักษ์คือเซวียป๋อ หมายความว่าตระกูลเซวียอาจจะควบคุมทั้งราชส านักไปแล้ว”โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า “อืม น่าจะเป็นเช่นนั้น”“ตอนนี้พวกเราจะท าอย่างไรดี” สถานการณ์แบบนี้เฮ่อจือหร่านก็คิดอะไรไม่ได้เช่นกัน“ตอนนี้ยังเช้าอยู่ อีกสักพักจะต้องมีชาวบ้านจ านวนมากที่ต้องการเข้าเมือง พวกเราค่อยฉวยโอกาสตอนที่มีคนเยอะ ๆ เฝ้าดูสถานการณ์ปะปนไปกับกลุ่มคน”ทั้งสองก าลังคิดหาวิธีแก้ไขอยู่ในพื้นที่มิติ เสี่ยวไป๋ที่เหมือนจะมองออกถึงสีหน้ากังวลของเจ้าของจึงกระพือปีกบินเข้ามา
มันเกาะลงบนไหล่ของโม่จิ่วเยี่ย ส่งเสียงร้องออกมาราวกับก าลังบอกว่ามันสามารถช่วยได้ตอนแรกโม่จิ่วเยี่ยยังไม่เข้าใจความหมายของเสี่ยวไป๋ เขาคิดว่าสิ่งมีชีวิตตัวน้อยก าลังออดอ้อนตัวเองแต่เฮ่อจือหร่านกลับตระหนักบางสิ่งได้“ท่านพี่ เสี่ยวไป๋ก าลังบอกท่านว่ามันสามารถช่วยได้หรือไม่?”เมื่อได้ยินค าเตือนจากภรรยา โม่จิ่วเยี่ยจึงหันมาให้ความสนใจกับเสี่ยวไป๋อย่างจริงจังเขาหันหน้ามองเสี่ยวไป๋ที่ยังคงส่งเสียงอยู่บนไหล่ของตน“เสี่ยวไป๋ เจ้าต้องกา