ไม่เคยพูดอย่างไม่มั่นใจเช่นนี้มาก่อน เห็นได้ชัดว่าเขาคิดมาตลอดว่าตนเองรักข้างเดียวเฮ่อจือหร่านรู้นิสัยของหลานเอ๋อร์และรู้ถึงจุดประสงค์ที่นางมาซีเป่ยกับตนหากตอนนั้นไม่ใช่เพราะนางกับโม่จิ่วเยี่ยห้ามเอาไว้ เกรงว่าในโลกนี้คงไม่มีคนชื่อหลานเอ๋อร์อยู่แล้ว
หลังจากที่ได้คุยกันมาระยะหนึ่ง นางรู้ว่าหลานเอ๋อร์มีจิตใจที่มุ่งมั่นอย่างยิ่ง แม้ว่าตัวนางเองจะมีใจให้เฮ่อซื่อหมิง แต่ก็อาจจะไม่ตอบตกลง และยังคงยึดมั่นในค าสัญญาที่ให้ไว้แต่แรก“พี่ใหญ่ เรื่องนี้ท่านอย่าเพิ่งรีบแสดงความรู้สึกเลย ข้าจะหาเวลาลองสืบดู หลานเอ๋อร์ก่อน การที่คนสองคนจะอยู่ด้วยกันนั้นต้องเป็นความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย หากหลานเอ๋อร์ไม่เต็มใจ พวกเราก็ไม่ควรบังคับ”นางไม่อยากให้เฮ่อซื่อหมิงหวังมากเกินไป เพราะยิ่งหวังมากก็ยิ่งผิดหวังมาก“เรื่องนี้ข้าเข้าใจดี หากหลานเอ๋อร์ไม่เต็มใจ ข้าสัญญาว่าจะไม่ตามรบกวนนาง” เฮ่อซื่อหมิงรีบแสดงจุดยืนทันที่เฮ่อฮูหยินฟังบทสนทนาของพี่น้องทั้งสอง ไม่รู้จะพูดอะไรดีดูเหมือนว่าพี่น้องคู่นี้จะเพิกเฉยต่อนางโดยสิ้นเชิง ไม่สนใจว่านางจะเห็นด้วยหรือไม่ที่บุตรชายจะแต่งงานกับหลานเอ๋อร์ พวกเขาก็จะไม่ฟังความคิดเห็นของนางช่างเถอะ อย่างไรเสียนางก็ไม่ได้คัดค้านความสัมพันธ์ของบุตรชายมากนัก ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติก็แล้วกันเฮ่อจือหร่านเห็นว่ามารดาไม่มีอะไรจะพูด จึงลุกขึ้นยืน“ข้าออกมานานพอสมควรแล้ว กลับไปดูเด็กทั้ง