เฮ่อฮูหยินเคยพอใจกับชีวิตของนางมาก แต่นับตั้งแต่มาถึงซีเป่ยนางก็พบว่าตัวเองใช้ชีวิตมาครึ่งหนึ่งแล้ว เพิ่งจะได้สัมผัสถึงความสุขของชีวิตอย่างแท้จริงบางทีชีวิตเช่นนี้จะด ารงอยู่ตลอดไปได้ก็ต่อเมื่ออยู่ที่ซีเป่ยเท่านั้นในฐานะบุตรชาย เฮ่อซื่อหมิงย่อมมองออกถึงความคิดบางอย่างของท่านแม่เรื่องที่เขาพูดในวันนี้ หากท่านแม่ไม่เห็นด้วย นางคงจะคัดค้านไปแล้ว แต่วันนี้ท่านแม่กลับไม่ได้คัดค้านในทันที่ ไม่เพียงเท่านั้น ดูเหมือนนางจะรับฟังค าพูดของน้องสาวด้วยสุภาษิตกล่าวว่า ต้องตีเหล็กตอนร้อน เฮ่อซื่อหมิงรู้สึกว่าถึงเวลาเหมาะสมแล้ว จึงเอ่ยปากขึ้นว่า“ท่านแม่ ท่านว่าการที่ข้าอยู่ที่ซีเป่ยมีอะไรไม่ดีหรือ? พวกเราก็สร้างลานบ้านเหมือนกับบ้านของหร่านหร่าน แล้วเลี้ยงสัตว์ปีกและปศุสัตว์บ้าง ไม่เพียงแค่นั้น ข้ายังอยู่ใกล้หร่านหร่าน พวกเราพี่น้องยังได้ดูแลกันอีกด้วย”เฮ่อฮูหยินจ าต้องยอมรับว่าค าพูดเหล่านี้ของลูกชายล้วนตรงใจนาง
“จริง ๆ แล้วแม่ก็อยากอยู่ที่ซีเป่ยเหมือนกัน แต่ว่าพ่อของเจ้าเขา…”นางไม่จ าเป็นต้องพูดให้ชัดเจนนัก พี่น้องทั้งสองต่างเข้าใจความหมายของมารดา“ท่านแม่ ท่านพ่อเคยบอกว่าเมื่อเส้นทางการรับราชการของข้ามั่นคงและสามารถค ้าจุนตระกูลเฮ่อได้แล้ว ก็ตั้งใจจะลาออกจากราชการกลับบ้านเกิด พาท่านไปใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาเพื่อใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุขยามนี้สถานการณ์ในราชส านักไม่มั่นคง ท่านพ่อก็เป็นคนกลาง เช่นนี้