หนึ่งก้านธูป เฮ่อซื่อหมิงยังคงคุกเข่าอยู่ เฮ่อฮูหยิน จ้องมองเขาด้วยความครุ่นคิด ส่วนเฮ่อจือหร่านยืนอยู่ด้านหลังนางหลานเอ๋อร์ล้างองุ่นเสร็จแล้วเดินออกมาจากครัว สิ่งแรกที่เห็นคือภาพเหตุการณ์เช่นนี้เฮ่อจือหร่านรู้ถึงความคิดของหลานเอ๋อร์ นางจงรักภักดีต่อองค์หญิงสี่ อย่างสุดหัวใจ และหวังเพียงจะได้เห็นวันที่นางแก้แค้นส าเร็จอีกทั้งหญิงสาวผู้นี้ก็มีนิสัยดื้อรั้น หากนางยืนกรานไม่ยอมอยู่กับพี่ชายใหญ่ สถานการณ์เช่นนี้ของท่านแม่และพี่ชายใหญ่จะไม่กลายเป็นความผิดพลาดหรอกหรือ?“หืม… ท่านแม่ พี่ใหญ่เป็นผู้ใหญ่แล้ว ถึงแม้จะท าผิด ก็ไม่ควรลงโทษให้คุกเข่าเหมือนตอนเด็ก ๆ นะเจ้าคะ!”เฮ่อฮูหยินตอบสนองอย่างรวดเร็ว แกล้งท าหน้าเคร่งขรึมพูดว่า“คราวนี้ข้าจะยกโทษให้เจ้า ลุกขึ้นเถอะ!”เฮ่อซื่อหมิงลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นบนตัว แล้วยังคงก้มหน้าต่อไปหลานเอ๋อร์ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ นางคิดเพียงว่าคุณชายใหญ่เฮ่อท าให้เฮ่อฮูหยินไม่พอใจ จึงรีบน าองุ่นที่ล้างเสร็จแล้วมาให้“ท่านฮูหยินเฮ่อ คุณชายใหญ่ และฮูหยินเก้า นี่คือองุ่นที่ข้ากับอวี่เอ๋อร์เก็บมาจากบนเขา ขอเชิญท่านลองชิมดูเจ้าค่ะ”
เมื่อพูดจบ นางก็วางถาดลงบนโต๊ะหิน แล้วถือถาดองุ่นอีกใบไปยังเรือนหลัก เพื่อส่งให้แก่สตรีที่ก าลังดูแลเด็ก ๆ อยู่เมื่อเห็นหลานเอ๋อร์จากไป เฮ่อจือหร่านก็ดึงเฮ่อซื่อหมิงมานั่งข้างๆ เฮ่อฮูหยิน“ท่านแม่ ชีวิตคนเรามีเพียงไม่กี่สิบปี หากเป็นไปได้ ใคร