ากลับไปเมืองหลวงก็จะไม่ได้เห็นสามแม่ลูกนี้อีก ใจข้าคงเป็นห่วงแน่”เฮ่อฮูหยินพูดด้วยสีหน้ากังวลนางไม่อยากจากบุตรสาว ระยะทางจากเมืองหลวงมาถึงซีเป่ยนั้นไกลเหลือเกิน อีกทั้งสถานการณ์ในราชส านักตอนนี้ก็ตึงเครียดนางในฐานะญาติของขุนนางส าคัญ หากต้องการออกจากเมืองหลวงอีกครั้งย่อมจะมีคนคอยจับตาดู
อีกอย่างอายุของนางก็มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ไม่รู้ว่าต่อไปจะทนความล าบากบนเส้นทางมาซีเป่ย เพื่อเยี่ยมบุตรสาวและหลานทั้งสองคนได้อีกหรือไม่คิดถึงเรื่องเหล่านี้แล้ว เฮ่อฮูหยินก็อดร้องไห้ไม่ได้“ซื่อหมิง ตอนนั้นเป็นแม่กับพ่อเจ้ายืนกรานจะให้หร่านหร่านแต่งเข้าสกุลโม่ หากไม่ใช่เพราะพวกแม่สองคนดื้อรั้น หร่านหร่านก็คงไม่ต้องจากพวกเราไป แม้ว่าตอนนี้นางจะมีชีวิตที่ดี ถึงขนาดสุขกายสบายใจยิ่งกว่าตอนอยู่กับพวกเราในเมืองหลวง แต่แม่ก็ยังรู้สึกผิดกับเรื่องนี้อยู่ดี”เฮ่อฮูหยินกล่าวเช่นนี้ เฮ่อซื่อหมิงจะไม่รู้ได้อย่างไรครั้งที่น้องสาวไม่เต็มใจแต่งเข้าสกุลโม่ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ช่วยบิดามารดาใช้ยาสลบกับนาง แต่ก็ไม่ได้ห้ามปรามพวกเขาโชคดีที่ชีวิตของน้องสาวตอนนี้ไม่ได้เลวร้าย ญาติฝ่ายสามีก็ล้วนเป็นคนดี แต่น้องสาวยังคงออกมาแต่งงานไปเกินไกล เมื่อเขาและท่านแม่จากไป การจะได้พบหน้ากันอีกคงไม่ง่ายดาย“ท่านแม่ ข้าเข้าใจทุกสิ่งที่ท่านพูด ข้าเองก็คิดมาแล้ว ข้าจะไม่กลับเมืองหลวง”“เจ้าจะไม่กลับเมืองหลวง? เจ้าจะท าอะไรเล่า?”
เฮ่อฮูหยินรู้สึก