ยงใดก็ไม่เคยเห็นพวกเขาหลั่งน ้าตาสักหยดตอนนั้นนางผู้เป็นมารดายังรู้สึกภาคภูมิใจที่บุตรชายทุกคนมีจิตใจเข้มแข็ง ไม่ร้องไห้ง่าย ๆแต่ความเข้มแข็งเช่นนี้กลับแลกมาด้วยอะไร?แลกมาด้วยการที่คนสกุลโม่ถูกสั่งให้เนรเทศทั้งตระกูล ลูกสะใภ้ที่เพิ่งแต่งเข้าบ้านก็ถูกลอบวางยา บุตรชายถูกใส่ร้ายป้ายสีไปทีละคน…ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่าเข้าใจแล้วว่าต่อไปสกุลโม่ไม่ควรเลี้ยงดูบุตรชายให้เข้มแข็งเกินไป ควรให้พวกเขาเติบโตเหมือนเด็กทั่วไปในครอบครัวธรรมดา มีอารมณ์ความรู้สึกเป็นของตัวเองแต่หลานชายสุดที่รักของนางกลับเกิดมาพร้อมกับความเข้มแข็งในตัว นับตั้งแต่ลืมตาดูโลก ก็แทบร้องไห้นับครั้งได้แม้แต่เสียงร้องไห้ของทารกที่ได้ยินก็ยังเป็นเสียงของหมิงจู เมื่อจู้เอ้อร์รู้สึกไม่พอใจ อย่างมากเขาก็แค่ขมวดคิ้วเหมือนตอนนี้เท่านั้นเฮ่อฮูหยินไม่เคยผ่านความเจ็บปวดสูญเสียเหมือนฮูหยินผู้เฒ่าจึงไม่ได้คิดถึงประเด็นนั้น
“จู้เอ๋อร์ของพวกเราแข็งแกร่งเหมือนคนสกุลโม่ ไม่ร้องไห้ง่าย ๆตั้งแต่เด็ก” สองหญิงชราพูดถึงเด็กน้อยอยู่ตรงนี้ พอเห็นแขกเหรื่อเดินเข้ามา เฮ่อฮูหยินจึงเผยใบหน้าเล็ก ๆ ของเด็กน้อยให้ทุกคนได้ชมเมื่อได้เห็นเด็กน้อย ชาวบ้านก็รีบเอ่ยชมทันทีว่า “ให้ตาย…ข้าเพิ่งเคยเห็นเด็กที่ผิวขาวตัวอวบแบบนี้เป็นครั้งแรก”“ใช่แล้ว ดูคิ้วตาของเด็กน้อยสิ ช่างงดงามเหลือเกิน”แม้น ้าเสียงของพวกเขาจะดูเกินจริงไปบ้าง แต่มันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆไม่ต้องพูดถึง