บุตรชายคนอื่น ๆ ของสกุลโม่ก็มีความคิดเห็นตรงกัน เมื่อพี่ใหญ่เอ่ยความในใจของพวกเขาออกมา พวกเขาก็พากันออกมาสนับสนุน“พี่ใหญ่พูดถูกแล้ว ตราบใดที่พวกเราร่วมมือกัน พวกมันมีไปแต่ไม่มีกลับอย่างแน่นอน”แต่โม่จิ่วเยี่ยมีความคิดที่ไม่ได้ง่ายดายเหมือนกับที่พี่ชายคนอื่นๆ คิด“คุณชายเฟ่ยสามารถเขียนจดหมายมาเตือนเรื่องนี้ แสดงว่าการเคลื่อนไหวของจักรพรรดินีครั้งนี้ไม่ธรรมดา ระหว่างทางที่ถูกเนรเทศมายังซีเป่ย ขบวนเนรเทศก็เคยเจอกับการซุ่มโจมตีหลายครั้ง มือสังหารที่หนานเหิงส่งมานั้นมีจ านวนอย่างน้อยร้อยคนขึ้นไป”“ตามที่ข้ารู้มา เหล่าองครักษ์ลับและมือสังหารที่จักรพรรดินีและหนานเหิงใช้นั้น ล้วนถูกฝึกฝนโดยตระกูลเซวียอย่างลับ ๆ ครั้งนี้จักรพรรดินีลงมือ มือสังหารที่ส่งมาย่อมมาจากฝ่ายตระกูลเซวียอย่างแน่นอน”“จากสถานการณ์ครั้งก่อน จ านวนองครักษ์ลับที่ตระกูลเซวียฝึกฝนมาย่อมไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเขาตั้งใจจะท าลายสกุลโม่ของพวกเรา หากมีการเคลื่อนไหวอีกครั้ง จ านวนคนย่อมไม่น้อยแน่นอน”
“น้องเก้า แม้ว่าการวิเคราะห์ของเจ้าจะถูกต้องทั้งหมด แต่พวกเราพี่น้องล้วนเคยรอดชีวิตจากสนามรบมาแล้ว ชีวิตนี้หาต้องกลัวผู้ใดกัน?” โม่ชูหานยังคงรู้สึกไม่ยอมรับ เขารู้สึกว่าน้องเก้ากลายเป็นคนขี้ขลาดไปแล้วโม่จิ่วเยี่ยกลายเป็นคนขี้ขลาดจริง ๆ“พี่แปด ท่านรู้ไหมว่าตอนที่ข่าวการตายของพวกท่านถูกส่งกลับมาทีละคนนั้นเป็นอย่างไร? ท่านแม่และพี่สะใ