ก่อนที่โม่จิ่วเยี่ยจะตอบสนอง พี่หกก็อุ้มภรรยาและใช้วิชาตัวเบาจากไปแล้วโม่จิ่วเยี่ยเห็นเช่นนั้นก็รีบตามไปอย่างรวดเร็ว ส่วนบรรดาสตรีก็วิ่งตามหลังมาอย่างร้อนใจพี่หกเป็นห่วงร่างกายของภรรยา จึงมาถึงลานบ้านของโม่จิ่วเยี่ยเป็นคนแรกอย่างไรก็ตาม เขายังคงรู้กาลเทศะดี จึงสั่งให้หลานเอ๋อร์เข้าไปบอกน้องสะใภ้เก้าก่อนไม่นานหลานเอ๋อร์ก็ออกมา และตามด้วยเฮ่อจือหร่านแม้เฮ่อจือหร่านจะก าลังอยู่ไฟ แต่ด้วยการดูแลอย่างดีจากคนในครอบครัว นางก็รู้สึกว่าร่างกายฟื้นตัวเกือบสมบูรณ์แล้ว หากไม่ใช่เพราะเฮ่อฮูหยินคอยจับตาดูนางทั้งวัน นางคงอยากออกไปสูดอากาศในลานแล้วพอมาถึงหน้าประตูห้อง นางเห็นพี่หกอุ้มพี่สะใภ้หกที่หมดสติอยู่ในอ้อมแขน นางรีบหลบเปิดทางทันที่“พี่หกเร็วเข้า พาพี่สะใภ้ไปนอนบนเตียงก่อน”เมื่อคนหมดสติไปแล้ว พี่หกก็ไม่สนใจว่านี่จะเป็นห้องอยู่ไฟของน้องสะใภ้ รีบอุ้มคนเข้าไปวางบนเตียงของเฮ่อจือหร่านอย่างรวดเร็ว
ตอนนั้นเด็กน้อยสองคนก าลังหลับสนิทอยู่ด้านในเตียง แม้ว่าผู้มาเยือนจะท าเสียงอึกทึกไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้ปลุกพวกเขาให้ตื่นขึ้นมาความสนใจของทุกคนอยู่ที่พี่สะใภ้หก บางคนนึกอยากดูเด็กทารกทั้งสอง แต่ก็ต้องอดทนไว้เฮ่อจือหร่านช่วยจับชีพจรให้พี่สะใภ้หก ไม่นานนางก็ยืนขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม“พี่สะใภ้หกไม่เป็นไรแล้วเจ้าค่ะ”“ไม่เป็นไรหรือ?”นางหมดสติไปแล้ว จะไม่เป็นอะไรได้อย่างไร?พี่หกมีสีหน้าประหลาดใจนักคนอื่น ๆ ก็เช่นกัน