นน้อยอย่างเอ็นดู“เจ้าตัวเล็กนี่ แม้จะพูดไม่ได้ แต่ก็รู้ทุกอย่าง”“อืม อืม…” ข้าวปั้นน้อยตอบรับอย่างร่วมมือ แล้วก็ตั้งใจป้อนนมให้จู้เอ้อร์ต่อไปจนกระทั่งเด็กน้อยทั้งสองอิ่มท้อง โม่จิ่วเยี่ยจึงเตรียมชามนมใหม่ให้ข้าวปั้นน้อยข้าวปั้นน้อยวิ่งไปดื่มนมอย่างตื่นเต้น เฮ่อจือหร่านมองดูเด็กทั้งสองที่หลับสนิทแล้วพูดว่า“การที่เราต้องวิ่งเข้าไปในพื้นที่มิติเพื่อป้อนนมลูกแบบนี้ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาระยะยาว”โม่จิ่วเยี่ยก็คิดเช่นเดียวกัน“เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ เปลี่ยนห่อของนมผงแล้วน าออกไปข้างนอก”“เจ้ามีวิธีอธิบายที่มาของนมผงหรือไม่?” ตอนนี้เฮ่อจือหร่านไม่มีแรงที่จะคิดเรื่องพวกนี้ เพราะนางเพิ่งคลอดลูก ร่างกายยังอ่อนเพลียมากโม่จิ่วเยี่ยชินกับการเป็นแพะรับบาปไปแล้ว
“เมื่อครู่ตอนที่พวกเราจะให้นมเด็ก และขอให้มารดาทั้งสองท่านออกไป เจ้าสังเกตเห็นหรือไม่? ท่านแม่คงจะสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่าง ตอนที่แม่ยายยังลังเลอยู่ นางก็ลากคนออกไปแล้ว เจ้าอาจจะยังไม่ทันเห็น ตอนที่ท่านแม่เดินออกไป ยังส่งสายตาให้ข้าสบายใจด้วย”“เจ้าหมายความว่า ท่านแม่พบความลับของข้าแล้วหรือ?” เฮ่อจือหร่าน รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง“ยังไม่รู้แน่ชัด บางทีอาจเป็นเพราะพวกเราทั้งสองมักมีพฤติกรรมที่อธิบายไม่ได้บ่อย ๆ ท่านแม่ต้องรู้อยู่แก่ใจแน่ แต่นางจะไม่พูดและไม่ถาม” โม่จิ่วเยี่ยอธิบาย“ตามที่เจ้าพูดมา หากพวกเราน านมผงออกมา เพียงแค่ท่านแม่ช่วยพูดให้เจ้าสักห