ร่างกายยังอ่อนแอมาก ลูกเขยดูเหมือนจะงุ่มง่ามไม่คล่องแคล่ว นางไม่อยู่ช่วยเหลือก็คงไม่สบายใจจริง ๆในตอนนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าดูเหมือนจะตระหนักถึงบางสิ่งนางก้าวไปข้างหน้าและจับมือเฮ่อฮูหยิน“แม่สะใภ้ ลูกเป็นของพวกเขา เมื่อพวกเขาไม่ต้องการจ้างแม่นมและต้องการเลี้ยงด้วยนมวัว ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของพวกเขาเถิด”ไม่รอให้มีการโต้แย้ง ฮูหยินผู้เฒ่าได้ลากเฮ่อฮูหยินไปที่ประตูแล้ว และปิดประตูด้วยมืออีกข้างทันที่เฮ่อฮูหยินมีสีหน้างุนงง แต่เมื่อท่านย่าของเด็ก ๆ ลากนางออกมาแล้ว การกลับเข้าไปก็คงไม่เหมาะหลังจากที่ผู้อาวุโสทั้งสองจากไป เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้รีบเข้าไปในพื้นที่มิติทันที่เพราะพวกเขายังไม่แน่ใจว่าคนทั้งสองจะกลับมาอีกหรือไม่ในขณะนี้ โม่จิ่วเยี่ยอุ้มจู้เอ้อร์ไว้ ส่วนเฮ่อจือหร่านอุ้มหมิงจูอยู่เด็กน้อยทั้งสองคนไม่รู้ว่าเป็นเพราะอยู่ข้างกายบิดามารดาของตนหรือไม่ จึงไม่ร้องไห้งอแงเลยแม้แต่น้อยหมิงจูยังมีน ้าตาเกาะที่หางตาอยู่เล็กน้อย แต่ก็หลับไปแล้วในอ้อมกอดของเฮ่อจือหร่านเมื่อเด็ก ๆ ไม่ร้องไห้ เฮ่อจือหร่านจึงไม่รีบเข้าไปในพื้นที่มิติ
นางนั่งเคียงข้างโม่จิ่วเยี่ย สามีภรรยาจึงได้มองหน้าลูก ๆ ของตัวเองอย่างละเอียดเป็นครั้งแรกยิ่งมองก็ยิ่งชอบ ไม่ว่าคนไหนก็น่ารักโม่จิ่วเยี่ยกล่าวออกมาจากใจว่า “หร่านหร่าน ขอบคุณเจ้ามากนะ”ส าหรับค าขอบคุณนี้ เฮ่อจือหร่านไม่ได้พูดว่าไม่ต้องเกรงใจเหมือนที่เคยพูด