งต้องท าตามธรรมเนียมอยู่บ้าง“ชื่อจริงของเด็กให้บิดามารดาของพวกเขาเป็นคนตั้งเถอะ ข้าจะคิดชื่อเล่นสักสองสามชื่อ พวกเราเรียกกันแค่นั้นก็พอแล้ว”ทุกคนต่างไม่มีข้อคัดค้านใด ๆ“หร่านหร่านต้องทุ่มเทพยายามมากเพื่อสืบทอดสกุลโม่ของเราเรื่องการตั้งชื่อก็ให้เป็นหน้าที่ของนางในฐานะมารดาเถอะ”
หลังหยุดไปครู่หนึ่ง ฮูหยินผู้เฒ่าก็ถามว่า “ท่านคิดจะตั้งชื่อเล่นอะไรให้หลานหรือ?”โม่ฉิงมองหลานสาวตัวน้อยที่ก าลังหลับสนิทอยู่ข้างกาย แล้วกล่าวด้วยความรักและเอ็นดูว่า “เมื่อครู่เจ้าได้พูดไปแล้ว นางคือไข่มุกล ้าค่าของพวกเราสกุลโม่ ชื่อเล่นของนางก็ควรเรียกว่าหมิงจูเถอะ”“หมิงจู ชื่อนี้ดีนัก มีค่า แข็งแกร่งและอดทน บุตรสาวของสกุลโม่ควรเป็นเช่นนี้” โม่จงหยวนเห็นด้วยด้วยความเห็นชอบของทุกคน ทารกหญิงจึงได้รับชื่อเล่นว่า หมิงจูแม้ว่าโม่ฉิงจะยังไม่ได้เห็นหลานชายด้วยตาตนเอง แต่เมื่อครู่ภรรยาของเขาก็บรรยายลักษณะของเด็กให้ฟังคร่าว ๆ แล้วเขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ชื่อเล่นของหลานชายพวกเราก็เรียกว่าจู้เอ้อร์เถอะ”“จู้เอ้อร์?” ฮูหยินผู้เฒ่าแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจนแม้นางจะไม่ได้อุ้มหลานชายกลับมาที่เรือนของตนด้วย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่านางจะล าเอียงชอบแค่หลานสาว นางรักหลานชายเท่า ๆ กัน
แล้วเหตุใดชื่อเล่นของหลานสาวถึงได้ไพเราะนัก แต่หลานชายกลับสมควรเรียกแค่จู้เอ้อร์เล่า?โม่ฉิงรู้ว่าภรรยาเข้าใจผิดจึงรีบอธิบายว่า“ข