จนในที่สุดประตูห้องก็เปิดออก เฮ่อฮูหยินอุ้มหลานชายคนโตออกมาด้วยสีหน้าเปี่ยมรัก
เฮ่อซื่อหมิงรีบเดินเข้าไปต้อนรับ
“ท่านแม่ ให้ข้าอุ้มเขาหน่อยเถิด”
เฮ่อฮูหยินไม่ได้ท าเหมือนฮูหยินผู้เฒ่า แม้ในใจจะไม่อยากปล่อยมือ แต่ก็ยังคงส่งหลานชายคนโตให้เฮ่อซื่อหมิงอุ้มอย่างระมัดระวังพร้อมกับเตือนว่า “เจ้าต้องระวังหน่อยนะ ระวังให้มาก ๆ”
แม้มารดาจะไม่เตือนเฮ่อซื่อหมิงก็ระวังอยู่แล้ว นี่คือสมบัติล ้าค่าที่น้องสาวของเขาต้องทนทุกข์ทรมานถึงจะคลอดออกมาได้ และพอเด็กพูดได้แล้วก็จะต้องเรียกเขาว่าท่านลุงใหญ่อีกด้วย
เฮ่อซื่อหมิงอุ้มทารกน้อยไว้ในอ้อมแขน หัวใจของเขาอ่อนยวบราวกับก าลังละลาย
นี่คือหลานชายตัวน้อยของเขา!
หลานชายตัวน้อยที่ท าให้หัวใจของผู้คนละลายทันทีที่ได้เห็น!
“ท่านแม่ พวกเราดีใจจนลืมไปว่ายังไม่ได้ชั่งน ้าหนักของหลานชายเลย”
เฮ่อฮูหยินตบหน้าผากตัวเอง “ดูสิ ข้าเลอะเลือนเสียจริง มัวแต่ดีใจจนลืมเรื่องส าคัญเช่นนี้ไปเสียสนิท”
ตาชั่งถูกเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว วางอยู่ในห้องข้าง สองแม่ลูกค่อยๆ วางเจ้าตัวน้อยลงบนตาชั่งอย่างระมัดระวัง
ดวงตาของเฮ่อฮูหยินเต็มไปด้วยความประหลาดใจและดีใจ
“หนักถึงหกชั่งเชียวนะ ไม่น่าแปลกใจที่เขาดูอ้วนท้วนเช่นนี้”
พูดถึงตรงนี้ ดวงตาของเฮ่อฮูหยินก็แดงขึ้นอีกครั้ง “หร่านหร่านช่างล าบากจริง ๆ …”
เฮ่อซื่อหมิงมือหนึ่งอุ้มหลานชาย อีกมือหนึ่งตบไหล่เฮ่อฮูหยินเบา ๆ
“ทุกอย่างผ่านไปแล้ว อีกสัก