รยาจิ่วเยี่ย ลูกนี้เน่าไปครึ่งนึงแล้ว ข้าขอลองชิมได้หรือไม่?”เฮ่อจือหร่านไม่ใช่คนที่ใจแคบเช่นนั้น“ท่านป้า หากท่านต้องการชิม ก็เลือกที่สดใหม่ไปชิมเถอะ ส่วนอันนี้ที่เน่าแล้วก็ทิ้งไปเถิด”“ไม่ ไม่ ไม่ ผักที่ล ้าค่าเช่นนี้ ไม่ควรทิ้งอย่างไร้ค่า ข้าแค่อยากลองชิมรสดู แค่นี้ก็พอแล้ว”ระหว่างที่พูด ท่านป้าผู้นั้นก็ใช้มือปอกส่วนที่เน่าของพริกหวานออก จากนั้นก็กัดไปค าหนึ่งเนื้อพริกหวานหนา และไม่เผ็ดเหมือนพริกชนิดอื่นโดยเฉพาะเมล็ดที่มาจากพื้นที่มิติของเฮ่อจือหร่าน ปลูกผักออกมาได้อร่อยยิ่งนักหลังจากท่านป้าผู้นั้นกัดเข้าไปค าหนึ่ง ก็ชมไม่หยุดปาก
“ผักนี้อร่อยจริง ๆ มีรสหวานด้วย”เฮ่อจือหร่านเห็นนางชอบ จึงหยิบพริกหวานจากตะกร้าไม้ไผ่ข้าง ๆ ออกมาสองสามลูกแล้วยื่นให้“หากท่านป้าชอบก็เอากลับไปสองสามลูก พริกหวานหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ผัดกับเนื้อหรือไข่ก็อร่อยทั้งนั้น”ท่านป้าหลงใหลในรสชาติของพริกหวานจริง ๆ แต่ก็ไม่อยากรับเอาของของผู้อื่นมาเช่นนี้เมื่อเฮ่อจือหร่านน าพริกหวานมามอบให้ ท่านป้าจึงรีบหมุนตัวเข้าท างานในไร่พร้อมเอ่ยว่า “ขอบคุณเจ้ามากนะ ภรรยาจิ่วเยี่ย ผักดี ๆ แบบนี้พวกเจ้าควรน าไปขายแลกเงินดีกว่า”เมื่อเห็นท่านป้าเดินห่างออกไป เฮ่อจือหร่านจึงได้แต่ถอนใจพร้อมน าพริกหวานกลับไปวางในตะกร้าไม้ไผ่อีกครั้งในตอนนั้นเอง เหลียงห่าวก็พาถังหมิงรุ่ยกลับมาด้วยกิจกาจแตงโมของถังหมิงรุ่ยก าลังรุ่งเรืองอย่างยิ่ง เวลานี้เ