ในตอนนั้น เขาคิดว่าเฟ่ยหนานอวี่จะต้องต าหนิเขาอย่างแน่นอนทว่าเฟ่ยหนานอวี่กลับไม่ได้สนใจสถานการณ์ของสกุลโม่มากนักเขาเพียงแค่เห็นความสามารถของโม่จิ่วเยี่ย หวังว่าสักวันหนึ่งจะสามารถใช้โม่จิ่วเยี่ยเพื่อประโยชน์ของตนเอง ดังนั้นเขาจึงสนใจที่จะติดตามสถานการณ์ของสกุลโม่อยู่เสมอเพราะฉะนั้น แม้ว่าเมิ่งไห่หนิงจะน าสถานการณ์ของสกุลโม่เล่าให้เฟ่ยหนานอวี่ฟัง เฟ่ยหนานอวี่ ก็ไม่คิดจะท าอะไรที่ท าให้สกุลโม่ล าบาก แต่ในทางกลับกัน เขาอาจจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือดังเช่นจดหมายที่เสี่ยวไป๋น ากลับมา หากไม่ใช่เพราะเฟ่ยหนานอวี่ให้ความส าคัญกับโม่จิ่วเยี่ย เขาคงไม่ท าหน้าที่เป็นผู้ส่งสารแม้ว่าจะเป็นเพราะภรรยาสุดที่รัก เมิ่งไห่หนิงก็ตัดสินใจที่จะสนับสนุนสกุลโม่แต่ในใจเขาก็รู้ดีว่า การสนับสนุนสกุลโม่อาจจะน าไปสู่การก่อกบฏในสักวันหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่านี่เป็นการคาดการณ์ที่เลวร้ายที่สุดของเมิ่งไห่หนิงหากคนสกุลโม่สามารถคิดวิธีแก้ไขวิกฤตเหล่านี้ได้ ทางออกทั้งหมดก็จะถูกแก้ไขได้เอง
เมิ่งไห่หนิงมีสีหน้าจริงจังมาก “พี่เก้า ไม่ว่าสกุลโม่จะเกิดอะไรขึ้นขอท่านเชื่อใจข้า ข้าจะยืนหยัดเคียงข้างพวกท่านเสมอ นอกจากนี้เมื่อข้าประจ าต าแหน่งในเมืองอวิ่น ข้าก็จะคอยสอดส่องให้ หากมีความเคลื่อนไหวอะไร ข้าจะให้พี่แปดส่งข่าวกลับมาทันที”…ส าหรับเรื่องอื่น ๆ คนในสกุลโม่ไม่ได้ให้เขามีส่วนร่วม ตอนนี้เขาท าได้เพียงสิ่งที่อยู่ในความสามารถของเข