้ไปพบจักรพรรดิซุ่นอู่ และกล่าวว่านับตั้งแต่หนานเหิงหายตัวไปนางก็รู้สึกว่างเปล่ำ พอดีที่องค์ชายสี่ไม่มีมารดำบัดนี้นางจึงปรารถนาจะรับเลี้ยงเขำไว้ในนาม เมื่อแก่ตัวลงก็จะได้มีที่พึ่งพิงจักรพรรดิซุ่นอู่ก็คำนึงว่าโอรสสองพระองค์หายตัวไป หากมีเพียงรัชทำยาทองค์เดียวย่อมถูกขุนนางตำหนิ อีกทั้งองค์ชายสี่อายุยังน้อย อีกทั้งตนเองก็ไม่เคยสงสัยว่าจักรพรรดินีจะมีความทะเยอทะยานอะไร ดังนั้นจึงตกลงตำมคำขอขององค์จักรพรรดินีอย่ำงรวดเร็วแม้ว่าองค์ชายสี่จะไม่เคยได้รับการยอมรับอย่ำงเปิดเผยจากจักรพรรดิซุ่นอู่ แต่ความจริงย่อมปิดบังตลอดไปไม่ได้ คนของหนานฉีสืบทราบถึงการมีตัวตนของเด็กคนนั้นตั้งแต่หนึ่งปีก่อนแล้วตอนนั้นยังมีหนานเหิงและหนานรุ่ยอยู่ เขำจึงไม่ได้ใส่ใจกับองค์ชายที่ไม่โดดเด่นและไม่ได้รับการยอมรับจากองค์จักรพรรดิ
ใครจะคิดว่าตอนนี้รัชทำยาทคนที่สี่ซึ่งไม่โดดเด่นคนนี้ จะกลายเป็นหมากตัวสุดท้ำยขององค์จักรพรรดินีแน่นอนว่าเฟ่ยหนานอวี่ไม่อาจเขียนเนื้อหามากมายเช่นนี้ลงบนกระดำษแผ่นเดียวได้ สิ่งที่เขำพูดนั้นง่ำยกว่านี้มาก แต่ทั้งโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านต่ำงก็เข้าใจความหมายได้เฟ่ยหนานอวี่พูดถึงเรื่องของรัชทำยาทคนที่สี่มากมายเช่นนี้จุดประสงค์หลักก็เพื่อกำชับโม่จิ่วเยี่ยให้ระวังตัว องค์จักรพรรดินีไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างหนานฉีกับโม่จิ่วเยี่ยนั้นย ่ำแย่ หากหนานฉีประสบความสาเร็จ เขำจะต้องหาทำงล้ำงมลทินให้สกุลโ