ม่แน่นอนเมื่อถึงตอนนั้น หากโม่จิ่วเยี่ยปกป้องหนานฉี ตระกูลเซวียของนางก็จะสูญเสียที่ยืนในราชสานักได้จุดนี้แม้เฟ่ยหนานอวี่จะไม่เตือน โม่จิ่วเยี่ยก็ย่อมระมัดระวังอยู่แล้วโดยเฉพำะอย่ำงยิ่งเพิ่งเกิดเรื่องที่ตระกูลเซวียมาเปิดจิงเซียนโหลวที่ซีเป่ย นี่แสดงให้เห็นว่าฝั่งองค์จักรพรรดินีได้เริ่มลงมือแล้ว เพียงแต่เฟ่ยหนานอวี่ยังไม่ทันสังเกตเห็นเท่านั้นแต่เดิมพวกเขำก็รู้ว่าในบรรดำขุนนางสามคนที่ถูกวางยาพิษในเมืองหลวง คนหนึ่งเป็นบิดำขององค์จักรพรรดินีคืออัครเสนาบดีเซวียแต่พวกเขำก็ไม่รู้ว่าในบรรดำกู่แม่สามตัวที่อยู่ในมือนั้น ตัวไหนกันแน่ที่ควบคุมขุนพลอาวุโสจินอยู่ด้วย
ความจำเป็น ทั้งสองจึงต้องเลือกส่งกู่แม่ทั้งสามตัวไปให้เฟ่ยหนานอวี่หากไม่ใช่เพื่อรักษำชีวิตของขุนพลอาวุโสจินเอาไว้ หลังจากอัครเสนาบดีเซวียถูกพิษกู่แล้ว แม้จะมีหมอหลวงช่วยประคองชีวิต ก็เป็นเพียงการยืดเวลาตำยของเขำออกไปเท่านั้นยามนี้เพื่อช่วยชีวิตขุนพลอาวุโสจิน กลับทำให้ตำเฒ่ำอัครเสนาบดีเซวียได้รับประโยชน์เช่นกัน…นี่ก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยต่ำงก็ไม่มีอารมณ์จะคิดมากกับเรื่องพวกนี้พอวางจดหมายลง สีหน้ำของสองสามีภรรยาก็ดูเคร่งเครียดมากไม่นานนัก ข่ำวที่บุรุษสกุลโม่รวมถึงนายท่านผู้เฒ่ำยังมีชีวิตอยู่คงจะแพร่ไปถึงเมืองหลวงหากจักรพรรดิซุ่นอู่ไม่ต้องการให้คนสกุลโม่มีชีวิตอยู่ ก็มีสองวิธีการวิธีแรกคือออกคำสั่ง