ชายหนุ่มผู้นี้ยังไม่มาเยี่ยมเยียนเขาสักที่ ก็ไม่อาจโทษแีีกฝ่ายได้เพราะตัวเขาเองนั่นแหละที่ยืนกรานไม่ให้โม่ชูหานบอกเขาแม้ว่าในใจจะรู้สึกไม่สบายใจ แต่ในฐานะผู้อาวุโส เขาก็ไม่ควรท าให้อีกฝ่ายเสียหน้ามากเกินไป
“อืม ลุกขึ้นเถิด!” เสียงนั้นเย็นชา แม้แต่คนในสกุลโม่ก็รู้สึกว่าไม่คุ้นเคยเมิ่งไห่หนิงกลับไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติถึงอย่างไรพ่อตาในอนาคตก็เคยเป็นแม่ทัพผู้บัญชาการกองทัพนับพัน และยังเป็นขุนนางชั้นสูงอันดับหนึ่งของราชวงศ์ต้าซุ่นเมิ่งไห่หนิงลุกขึ้นยืนอย่างนอบน้อม ก้มหน้าด้วยท่าทีถ่อมตัว แม้กระนั้น สายตาของเขาก็ไม่ได้ละเลยที่จะส ารวจมองไปรอบ ๆท่านพ่อตาในอนาคตแม้ร่างกายจะผอมแห้งไปบ้าง ผมก็หงอกขาว เมื่อเทียบกับฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว ดูเหมือนจะแก่กว่าสิบกว่ายี่สิบปีแต่บุคลิกอันสูงส่งและความน่าเกรงขามของเขายังคงยากที่จะมองข้ามอีกทั้งชายวัยกลางคนสองคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ผู้เฒ่าทั้งสองก็เช่นกัน บารมีที่ติดตัวมาแต่ก าเนิดนั้นไม่อาจปิดบังได้เลยในขณะเดียวกัน ในใจของเขาก็เกิดการคาดเดาอันน่าตกใจขึ้นมาหรือว่า สองท่านนี้คือพี่ใหญ่และพี่รองของสกุลโม่?เมิ่งไห่หนิงแม้จะไม่กล้าจ้องมองพ่อลูกทั้งสามอย่างตรง ๆ แต่ในตอนนี้ โม่ฉิงก าลังท าหน้าเคร่งเครียดมองเขาอยู่ ในฐานะผู้อ่อนวัย
กว่า และอีกไม่กี่วันก็จะเป็นบุตรเขยของสกุลโม่ เมิ่งไห่หนิงจึงไม่กล้าท าตัวล ้าเส้นแม้แต่น้อยดังนั้น เขาจึงยังคงก้มหน้าเล็กน้อยรอให้ผู