้อาวุโสถามค าถามแต่นี่กลับเป็นโอกาสให้เมิ่งไห่หนิงได้สังเกตทั้งสามคนอย่างละเอียดเห็นได้ชัดว่าชายวัยกลางคนทั้งสองคนนั้นมีหน้าตาคล้ายคลึงกับพี่น้องคนอื่น ๆ ในสกุลโม่เมื่อนายท่านผู้เฒ่าของสกุลโม่ยังมีชีวิตกลับมาได้ การที่พี่ชายคนโตและคนรองของสกุลโม่จะยังมีชีวิตอยู่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจมากนักเพียงแต่สิ่งที่ท าให้เมิ่งไห่หนิงรู้สึกแปลกประหลาดคือ เหตุใดผู้คนทั่วหล้าจึงรู้ว่าบรรดาผู้ที่สิ้นชีวิตในสงครามแล้ว กลับมาปรากฏตัวมีชีวิตอยู่ทีละคน?หรือว่า ในเรื่องนี้จะมีแผนการลับใหญ่หลวงอันน่าตกตะลึงซ่อนอยู่?ในขณะนี้ สมองของเมิ่งไห่หนิงเต็มไปด้วยเครื่องหมายค าถามนับไม่ถ้วน ขณะที่เขาก าลังครุ่นคิดอยู่นั้น โม่ฉิงก็เอ่ยปากขึ้นในที่สุด“ข้าได้ยินมาว่าปู่ของเจ้าเคยเป็นขุนนางผู้ใหญ่แห่งราชส านักใช่หรือไม่?”
เมิ่งไห่หนิงรีบดึงความคิดกลับมา แล้วตอบอย่างนอบน้อม “ปู่ของผู้น้อยก็คืออดีตขุนนางเมิ่งแห่งราชส านักขอรับ”พูดถึงขุนนางผู้ใหญ่เมิ่ง โม่ฉิงไม่รู้สึกแปลกหน้าเลยแม้แต่น้อยเพราะทั้งสองเคยรับราชการร่วมกันในราชส านักมาหลายปีแม้ว่าพวกเขาคนหนึ่งเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นและอีกคนเป็นขุนพลแต่ทั้งคู่ล้วนเป็นคนซื่อสัตย์และเที่ยงตรง จึงมีความประทับใจที่ดีต่อกันในฐานะหลานชายของขุนนางผู้ใหญ่เมิ่ง คงจะมีอุปนิสัยที่ดีไม่น้อยเช่นกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เขากลับมายังซีเป่ย ทุกคนในครอบครัว รวมถึงภรรยาของเขา ต่างก็ชื่นชมเมิ่งไ