างพินิจแน่นอน เมื่อเซวียฝานได้ยินว่าเขาคือโม่จิ่วเยี่ย ดวงตาของเขาก็หรี่ลงเล็กน้อย ในชั่วขณะหนึ่ง แต่การเคลื่อนไหวของเขานั้นรวดเร็วมาก หากไม่สังเกตอย่างละเอียดก็แทบไม่อาจรับรู้ได้เลยต้องยอมรับว่าความสามารถในการควบคุมตนเองของเซวียฝานนั้นไม่เลวเลย เขาจัดการความคิดของตนเองได้อย่างรวดเร็ว
“หากเจ้าเป็นโม่จิ่วเยี่ย เจ้าก็ยิ่งไม่ควรท าให้ข้าล าบาก ขุนนางผู้สูงศักดิ์ในเมืองหลวงผู้ใดเล่าจะไม่รู้ว่าใครคือผู้อุปถัมภ์ที่แท้จริงเบื้องหลังจิงเซียนโหลว?”“หากท าให้จิงเซียนโหลวขัดเคือง ก็เท่ากับท าให้ฮองเฮาไม่พอใจตระกูลเซวียของข้ากับสกุลโม่ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน เหตุใดเจ้าจึงปฏิบัติต่อข้าเช่นนี้?”“เจ้าไม่กลัวหรือว่าการกระท าเช่นนี้จะน าหายนะมาสู่สกุลโม่?”หายนะหรือ?ฮึ ฮึ…สกุลโม่เคยเผชิญหายนะมาน้อยเสียเมื่อไหร่?โม่จิ่วเยี่ยหัวเราะเยาะในใจ พลางโรยผงยาลงบนบาดแผลอีกแห่งของเซวียฝานเซวียฝานเห็นการกระท าของเขา อยากจะหลบหลีกแต่ก็ท าไม่ได้ได้แต่จ้องมองบาดแผลอีกแห่งของตนเองกลายเป็นหลุมเลือดที่มีหนองไหลออกมาอีกครั้งทันใดนั้นเขาก็ร้อนใจขึ้นมา!“โม่จิ่วเยี่ย เหตุใดเจ้าต้องต่อต้านตระกูลเซวียด้วย?”“อย่ามาพูดอ้อมค้อมกับข้า เมื่อครู่พี่แปดของข้าได้พูดไว้อย่างชัดเจนแล้ว หากไม่อยากทรมานก็จงตอบค าถามอย่างซื่อสัตย์ ถ้ายัง
ไม่ยอมพูดความจริง ข้ามีวิธีมากมายที่จะท าให้เจ้าอยู่อย่างทรมานจนตาย”ค าพูดนี้ โม่จิ่วเยี่ยไม