เหลียงห่าวรับหน้าที่พาคนทั้งหมดไปคุมขังที่จิงเซียนโหลวอีกแห่ง ส่วนโม่จิ่วเยี่ยกับพี่หกน าตัวชายชุดม่วงที่หมดสติไปรวมตัวกับโม่ชูหานยังบ้านร้างหลังนั้นโม่จิ่วเยี่ยไม่สามารถยืนยันได้ว่าในเมืองยังมีคนของจิงเซียนโหลวอยู่อีกหรือไม่ยามนี้เขาค้นหาเบาะแสได้เพียงเท่านี้ หวังแค่ว่าจะสอบถามเรื่องที่เป็นประโยชน์ได้เร็ว ๆหากจุดประสงค์ที่พวกเขามาที่นี่ไม่เกี่ยวกับสกุลโม่ก็จะดีที่สุดถือว่าเขากังวลเกินเหตุไปเองในทางกลับกัน หากพวกเขามาเพื่อสกุลโม่จริง เขาจะต้องระมัดระวังตัวล่วงหน้าพอไปรวมตัวกับพี่แปด นักฆ่าก็เห็นชายชุดม่วงถูกโม่จิ่วเยี่ยและคนอื่น ๆ หิ้วตัวเข้ามาราวกับหิ้วไก่ทันที่โม่จิ่วเยี่ยจับสังเกตได้ว่านักฆ่ามีท่าทีตกตะลึงไปชั่วขณะตอนเห็นชายชุดม่วง“เขาคือนายของเจ้าหรือ?”ความจริงโม่จิ่วเยี่ยก็ไม่รู้ว่าชายชุดม่วงมีสถานะอะไรกันแน่ เขาถามเช่นนี้ก็เพียงลองหยั่งเชิงดูเท่านั้น
นักฆ่ากัดฟันแน่น “ข้าไม่รู้จักเขา”“ไม่รู้จักหรือ?” เขาพูดพร้อมกับเดินไปใกล้ ๆ แล้วโปรยผงคันลงบนตัวอีกฝ่ายฤทธิ์ของผงคันแสดงอาการรวดเร็ว ไม่นานนักนักฆ่าก็เริ่มบิดตัวไปมา“เจ้า… เจ้าใช้ผงอะไรกับข้า?”ความรู้สึกแบบนี้ท าให้นักฆ่ารู้สึกไม่สบายใจโม่จิ่วเยี่ยกอดอกมองเขาอย่างเย็นชา“ข้าจะถามอีกครั้ง คนคนนี้เป็นนายของเจ้าใช่หรือไม่?”“ฆ่าข้าเสียเถอะ ข้าจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น…” นักฆ่ากลิ้งไปมาบนพื้น หวังว่าแรงเสียดสีจะช่วยให้ความรู้สึกไม่สบายตัว