หายไปแต่ยิ่งเขาดิ้นรน ความคันก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นโม่จิ่วเยี่ยเคยใช้ผงคันนี้มาก่อน ขนาดคนที่ใจแข็งอย่างปรมาจารย์ซือเหมิงยังไม่สามารถทนผงคันนี้ได้ แล้วนักฆ่าที่อยู่ตรงหน้าจะทนได้อย่างไรและแล้วนักฆ่าก็เริ่มร้องขอชีวิตหลังดิ้นรนอยู่สักพัก“ได้โปรด…รีบฆ่าข้าเถอะ”
โม่ชูหานมองนักฆ่าอย่างหงุดหงิดมานานแล้ว ยังไม่ทันที่โม่จิ่วเยี่ยจะได้พูดอะไร เขาก็เข้าไปเตะนักฆ่าคนนั้นอย่างแรง“บอกมา! คนคนนี้เป็นใครกันแน่? ถ้าค าตอบของเจ้าท าให้ข้าพอใจ ข้าจะช่วยให้เจ้าสมหวัง”ไม่มีใครเข้าใจถึงความเจ็บปวดจากพิษผงคันได้ ยามนี้นักฆ่าเพียงแค่อยากตายไปเสียให้สิ้นเรื่อง“เจ้าจะรักษาค าพูดใช่หรือไม่”“แน่นอน” โม่ชูหานตอบด้วยน ้าเสียงดูถูก“เขาคือคุณชายใหญ่แห่งจิงเซียนโหลวของพวกเรา เซวียฝาน”โม่จิ่วเยี่ยนึกว่าชายชุดม่วงคนนี้คงเป็นเพียงคนจากตระกูลเซวียแค่มีต าแหน่งสูงกว่าพวกนักเลงและนักฆ่าพวกนี้เท่านั้นไม่นึกเลยว่าเขาจะเป็นถึงคุณชายใหญ่ของโรงเตี๊ยมจิงเซียนโหลวโม่จิ่วเยี่ยเคยได้ยินหนานฉีพูดถึงคนที่ชื่อเซวียฝานมาก่อน แต่ไม่ได้สืบเกี่ยวกับตัวเขามากนัก จึงไม่ค่อยรู้รายละเอียดตอนที่คนผู้นี้ลงมือต่อสู้อย่างคล่องแคล่ว ก็เหมือนว่าอีกฝ่ายเป็นยอดฝีมือคนหนึ่งน่าเสียดายที่เซวียฝานโชคร้ายมาเจอโม่จิ่วเข้า ถ้าเจอคนที่มีฝีมือธรรมดา คงจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายแน่
จากจุดนี้เห็นได้ชัดว่าตระกูลเซวียใช้โรงเตี๊ยมจิงเซียนโหลวเป็นฉากบังหน้า