ะทายาทตระกูลเซวีย ไม่น่าจะจ าไม่ได้แต่เซวียฝานนั้นพิเศษกว่าคนอื่น เพราะเขามีวรยุทธ์ดีและเป็นทายาทผู้สืบทอดตระกูลเซวียที่ได้รับการฝึกฝนเป็นพิเศษ ตั้งแต่เด็กเซวียจิ้นชวนก็ส่งเขาออกไปผจญภัยเพื่อสั่งสมประสบการณ์แล้วตลอดหลายปีที่ผ่านมา เซวียฝานได้ดูแลจัดการร้านอาหารอยู่ต่างถิ่น แทบไม่เคยปรากฏตัวในเมืองหลวง ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเพียงแค่เคยได้ยินชื่อของ โม่จิ่วเยี่ย ผู้เป็นแม่ทัพที่อายุน้อยที่สุด แต่ไม่เคยพบเจอตัวจริงมาก่อนเมื่อได้พบกับบุคคลที่มีวรยุทธ์สูงกว่าตนเองนับร้อยเท่าในซีเป่ยอีกทั้งผู้ที่อยู่เบื้องหน้านี้ก็มีรูปโฉมไม่ธรรมดา และอายุก็ใกล้เคียงกับ
โม่จิ่วเยี่ยที่เขาเคยได้ยินมา สิ่งนี้ท าให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าบุคคลผู้นี้อาจเป็นโม่จิ่วเยี่ยสาเหตุที่เขาไม่ได้สงสัยเช่นนี้ตั้งแต่แรก เป็นเพราะในความเข้าใจของเขา สกุลโม่ในปัจจุบันมีเพียงโม่จิ่วเยี่ย เป็นบุรุษเพียงคนเดียวโอกาสที่จะมียอดฝีมือมากมายปรากฏอยู่รอบตัวเขานั้นแทบเป็นศูนย์แต่หลังจากครุ่นคิดเมื่อครู่ เขาก็นึกไม่ออกว่านอกจากโม่จิ่วเยี่ยแล้ว จะมียอดฝีมือคนใดอยู่ในซีเป่ยอีก ดังนั้นการสอบถามของเขาจึงเป็นเพียงการลองหยั่งเชิงเท่านั้นในขณะนี้ โม่จิ่วเยี่ยไม่คิดจะปิดบังสิ่งใด เพราะในสายตาของเขาเซวียฝานผู้นี้ก็เป็นเพียงผู้ที่เหมือนกับตายไปแล้วเท่านั้น “ถูกต้อง ข้าก็คือโม่จิ่วเยี่ย”ขณะที่โม่จิ่วเยี่ยพูด เขาจ้องมองการเปลี่ยนแปลงสีหน้าของเซวียฝานอย่