ื้อดึงและปากแข็งเช่นนี้ก็ยิ่งรู้สึกโมโหหลังจากโยนคนผู้นั้นกลับไปที่เดิม เขาก็ก้าวเข้าไปเตะอย่างแรงอีกหลายที่ “ท าเรื่องชั่วแล้วคิดจะตายให้จบ ๆ ไป อย่างนั้นมันไม่ง่ายเกินไปส าหรับเจ้าหรอกหรือ?”ขณะที่พูด เขาได้ชักมีดสั้นออกมา และตัดเส้นเอ็นที่มือและเท้าของอีกฝ่ายอย่างคล่องแคล่วเซวียฝานก าลังจะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่พี่หกก็รวดเร็วทันท่วงที่ หาของมาอุดปากเขาไว้โม่จิ่วเยี่ยจ้องมองเขา“หากไม่อยากทรมาน ก็ตอบค าถามของข้าอย่างซื่อตรง ข้าจะพิจารณาให้เจ้าตายอย่างสบาย”เซวียฝานหลับตาลง แต่ไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะยอมสารภาพแต่อย่างใดเขาก าลังครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วนถึงสถานการณ์ของตนเอง ว่ายังมีความหวังที่จะรอดชีวิตหรือไม่ และผู้คนตรงหน้านี้คือใครกันแน่เมื่อคิดเช่นนี้ เขาก็ดูเหมือนจะตระหนักถึงบางสิ่งตามที่เขาทราบมา ในซีเป่ยนั้น เขาไม่เคยได้ยินว่ามียอดฝีมืออยู่คนที่เพิ่งประลองกับเขาเมื่อครู่นี้ ล้วนมีวรยุทธ์เหนือกว่าเขา
วรยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ อย่าว่าแต่ในซีเป่ยเลย แม้แต่ในทั่วทั้งต้าซุ่น ก็ยังหาได้ยากยิ่งทันใดนั้น เซวียฝานดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้โม่จิ่วเยี่ยเห็นว่าเขามีท่าทีจะพูด จึงเดินเข้าไปดึงผ้าขาด ๆ ที่อุดปากของเขาออก“ใครในพวกเจ้าคือโม่จิ่วเยี่ย” เซวียฝานจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวตามหลักแล้ว โม่จิ่วเยี่ยเคยเป็นแม่ทัพผู้พิทักษ์ประเทศ เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในเมืองหลวง ในฐาน