บปีเดินออกมาจากข้างในโม่จิ่วเยี่ยนึกทบทวนถึงเถ้าแก่ตัวปลอมที่เฉินอู่เคยเล่าให้ฟัง เขาอ้วนท้วนกว่าถังหมิงรุ่ยเล็กน้อย สวมเสื้อคลุมยาวสีม่วงเข้ม ผิวค่อนข้างคล ้า คิ้วหนาตาโต…ลักษณะเหล่านี้ตรงกันทุกประการ และเมื่อมองท่าทางการเดินของเขาอย่างละเอียด ก็เห็นว่าอีกฝ่ายเดินกะเผลกจริง ๆไม่เพียงเท่านั้น โม่จิ่วเยี่ยยังสังเกตเห็นว่าคนผู้นี้ฝีเท้าเบามากเขาเป็นคนมีวรยุทธ์เขาไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย รีบไปปรากฏตัวต่อหน้าบุคคลผู้นั้นอย่าวรวดเร็ว จากนั้นก็ลงมือหมายจะจับกุมตัวชายคนนั้นเป็นอย่างที่โม่จิ่วเยี่ยคาดเดาไว้จริง ๆ เขาเป็นผู้มีวรยุทธ์ และยังมีปฏิกิริยารวดเร็วนัก
เมื่อเห็นว่ามือของฝ่ายตรงข้ามก าลังจะคว้าล าคอของตนเองชายคนนั้นก็รีบถอยหลังไปหลายก้าว หากด้านหลังของเขาไม่มีสิ่งกีดขวาง เกรงว่าระยะห่างที่เขาหลบหลีกคงจะไกลกว่านี้ขณะเดียวกัน พี่หกที่ก าลังสังเกตการณ์ก็น าคนบุกเข้ามา หลายคนพร้อมใจกันล้อมชายชุดม่วงเอาไว้หลังไม่สามารถเอาชนะศัตรูได้ในกระบวนท่าเดียว โม่จิ่วเยี่ยก็เตรียมรับมือกับอีกฝ่ายที่อาจจะเรียกคนมาและต่อสู้กันอย่างดุเดือดใครจะรู้ว่าชายชุดม่วงกลับไม่มีท่าทีจะเรียกคน แต่จ้องมองโม่จิ่วเยี่ยกับคนอื่นไม่วางตา“พวกเจ้าเป็นใครกันแน่ เหตุใดถึงมาหาเรื่องข้า?”ทุกคนรวมถึงโม่จิ่วเยี่ยไม่มีท่าทีจะตอบโต้กับเขาเลยโดยเฉพาะโม่จิ่วเยี่ยที่รู้ว่าคนผู้นี้เป็นกุญแจส าคัญของคดี และเป็นคนส าคัญที่จะช่วยสืบหาเ