่มรู้ความมากขึ้นทุกวันตอนแรก นางไม่ยอมรับสินสอดมีค่าเช่นนี้ไป เป็นเพราะนางไม่อยากให้ครอบครัวต้องสิ้นเปลืองเพื่องานแต่งของนางจริง ๆบัดนี้มารดาเป็นคนเอ่ยปากแล้ว อีกทั้งนางก็ชอบเครื่องประดับเหล่านี้ด้วย จึงกล่าวพลางหน้าแดงเรื่อว่า“หานเยี่ยขอบคุณพี่สะใภ้ทั้งหลายที่เมตตา พี่สะใภ้โปรดวางใจหานเยี่ยจะไม่มีวันลืมสิ่งที่พวกท่านท าเพื่อข้าในวันนี้เจ้าค่ะ”โม่หานเยี่ยกล่าวว่าเป็นพวกท่าน แต่สายตาของนางกลับจับจ้องอยู่ที่เฮ่อจือหร่านในใจของนางรู้ดีว่าทุกสิ่งทุกอย่างนี้ล้วนเป็นการจัดการของพี่สะใภ้เก้า หากไม่มีพี่สะใภ้เก้า ก็คงไม่มีนางโม่หานเยี่ยในวันนี้
เฮ่อจือหร่านรู้สึกปลาบปลื้มนัก เวลาแค่หนึ่งปี โม่หานเยี่ยก็เปลี่ยนจากเด็กสาวที่ถูกตามใจจากทุกคนในบ้าน กลายเป็นหญิงสาวที่รู้ความและขยันขันแข็ง“ดูสิ หานเยี่ยของเรามีเหตุผลขึ้นทุกวัน พี่สะใภ้ทุกคนจ าค าพูดของเจ้าไว้แล้ว ต่อไปถ้าใต้เท้าเมิ่งได้เลื่อนต าแหน่งจนร ่ารวยขึ้นมาเจ้าก็อย่าลืมญาติพี่น้องที่บ้านเดิมเล่า!”แม้บางครั้งพี่สะใภ้รองจะพูดจาไม่ยั้งปาก แต่ทุกค าพูดของนางมักจะตรงใจสะใภ้ทุกคนเสมอครั้งนี้ก็เหมือนกัน พวกนางต่างเชื่อว่าสกุลโม่ในตอนนี้เป็นเพียงคนธรรมดา หากพูดถึงการเนรเทศ สถานะของพวกเขาคงจะต ่าต้อยไปกว่าชาวบ้านทั่วไปเสียอีกสถานะเช่นนี้ หากมีญาติที่เป็นขุนนางคอยดูแล การท าหลายสิ่งหลายอย่างจะง่ายขึ้นเฮ่อจือหร่านไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร แค่ส่ง