ุดรายละเอียดพวกนี้ไม่ด้อยไปกว่าตระกูลขุนนางในเมืองหลวง แต่กลับดูมีระดับมากกว่าเสียอีก“พี่สะใภ้เก้า ไม่ต้องขนาดนี้ก็ได้ พวกท่านให้ข้ามามากพอแล้วสิ่งเหล่านี้ข้ารับไว้ไม่ได้อีก” โม่หานเยี่ยพูดจากใจจริงนางไม่ต้องการให้ครอบครัวต้องใช้จ่ายมากขึ้นเพื่อนาง
พูดจบ นางก็ผลักกล่องไม้เล็ก ๆ กลับไปหาเฮ่อจือหร่าน“พี่สะใภ้เก้า ข้ารับสิ่งของเหล่านี้ไม่ได้จริง ๆ เก็บไว้ให้หลานชายตัวน้อยของข้าใช้แต่งงานเถอะ”ค าพูดนี้ท าให้เฮ่อจือหร่านหัวเราะ “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าจะเป็นหลานชายไม่ใช่หลานสาว?”“ถ้าเป็นหลานสาวก็ดี เก็บของพวกนี้ไว้เป็นสินสอดให้พวกนางในอนาคต” ในใจของโม่หานเยี่ย ไม่ว่าพี่สะใภ้เก้าจะให้ก าเนิดลูกชายหรือลูกสาว นางก็รักทั้งนั้นในตอนนั้น ฮูหยินผู้เฒ่าก็เอ่ยปาก“หานเยี่ยมีบ้านหลังใหญ่เป็นสินสอดอยู่แล้ว นั่นก็นับว่าสมเกียรติ เครื่องประดับพวกนี้ไม่ต้องให้ก็ได้”พูดถึงเรื่องนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าก็รู้สึกละอายใจตอนที่นางแต่งงานกับโม่ฉิง นางน าสินสอดติดตัวมาไม่น้อยน่าเสียดายที่บุรุษสกุลโม่ต้องไปออกรบนอกเมืองอยู่เป็นประจ าทรัพย์สินที่พวกเขาได้มาล้วนถูกน าไปช่วยเหลือเหล่าทหารที่บาดเจ็บล้มตายและครอบครัวของพวกเขา ท าให้คลังในจวนแทบจะว่างเปล่า ไม่ได้มีฐานะร ่ารวยในสายตาคนนอกเลย
ต่อมา พอข่าวการเสียชีวิตของบรรดาบุตรชายถูกส่งกลับมา ฮูหยินผู้เฒ่าไม่อยากให้พวกลูกสะใภ้ที่กลายเป็นหม้ายต้องล าบาก จึงทยอยน าสินเดิมของตนเอ