ารที่ท่านไปเป็นเจ้ำหน้ำที่ไม่ใช่เพื่อเงินเดือนเพียงเล็กน้อย แต่เพื่อให้ครอบครัวของเรามีความปลอดภัยมากขึ้น”โม่จิ่วเยี่ยคัดค้ำนเรื่องที่พี่แปดจะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้ำเจ้ำหน้ำที่ทุกวันที่เขำทำงำนในที่ว่าการ สาหรับพวกชำวบ้ำนแล้ว เขำก็คือข้าราชการคนหนึ่งตอนนี้สกุลโม่มีกิจการมากขึ้นเรื่อย ๆ หากพวกสุนัขจิ้งจอกคิดจะทำร้ำยสกุลโม่ พวกมันก็ต้องคิดให้ดีเสียก่อนหากรู้ว่าคนในบ้ำนนี้เป็นถึงหัวหน้ำเจ้ำหน้ำที่ของที่ว่าการ
แม้ว่าโม่จิ่วเยี่ยจะไม่กลัวพวกอันธพำลเหล่านั้นแต่ใครจะอยากใช้ชีวิตที่มีแต่ปัญหาหากมีโม่ชูหานเป็นหัวหน้ำเจ้ำหน้ำที่อยู่ อย่ำงน้อยก็สามารถสร้ำงความน่ำเกรงขำมได้สิ่งสาคัญที่สุดคือโม่ชูหานออกลาดตระเวนในเมืองทุกวัน เขำจึงรู้เรื่องต่ำง ๆ มากกว่าหากเกิดอะไรขึ้น เขำก็สามารถรู้ได้เป็นคนแรกทันทีที่โม่จิ่วเยี่ยพูดจบ โม่ฉิงก็กล่าวต่อว่า “ถูกต้อง ชูหานไม่ควรลาออก ที่บ้ำนมีพี่น้องของเจ้ำคอยช่วยงำนกันอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้เจ้ำลาออกมาช่วยหรอก”โม่ชูหานเห็นพี่น้องยุ่งวุ่นวายทุกวัน เขำจึงอยากลาออกจากตำแหน่งหัวหน้ำเจ้ำหน้ำที่กลับมาช่วยจริง ๆแต่จุดเด่นที่สุดของเขำคือการเชื่อฟัง โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งหากเป็นน้องเก้ำและบิดำที่เอ่ยปำก แม้ว่าในใจจะไม่ยินยอม เขำก็ได้แต่พยักหน้ำรับอย่ำงว่าง่ำย“หากเป็นเช่นนั้น ก็เอาตำมที่ท่านพ่อกับน้องเก้ำพูดเถอะ”พ่อลูกปรึกษำหารือกันสักพัก ตัดสินใจว่าพรุ่งนี้ทุกคนจะร่วมกันสร้ำ