าให้โม่จิ่วเยี่ยอดหัวเราะออกมาไม่ได้
ตอนนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างโม่จิ่วเยี่ยและถังหมิงรุ่ยสนิทสนมกันมากแล้ว เขาวางแขนพาดบนไหล่ของถังหมิงรุ่ย พลางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า“เจ้าคิดว่าแตงโมกับแตงหอม อะไรจะขายดีกว่ากัน?”“ผลไม้ทั้งสองชนิดนี้อร่อยมาก หากพี่เก้าจะให้ข้าประเมิน ข้าคิดว่าแตงโมน่าจะอร่อยกว่าสักหน่อย”ขณะที่ถังหมิงรุ่ยพูดไป ดวงตาของเขาก็เริ่มมองส ารวจไปทั่วไร่ของสกุลโม่เขารู้ว่าแตงโมลูกใหญ่พวกนั้นก็ต้องเป็นของที่สกุลโม่ปลูกเช่นกัน นึกอยากเห็นว่าแตงโมที่ปลูกในไร่จะเป็นอย่างไรแต่น่าเสียดายที่เขามองไปรอบ ๆ ก็ไม่เห็นแตงโมสักลูกถังหมิงรุ่ยถามด้วยความผิดหวังเล็กน้อย “พี่เก้า แตงโมไม่ใช่ของที่บ้านท่านปลูกหรือ?”เมื่อวานนี้ เฮ่อจือหร่านส่งแตงโมให้ถังหมิงรุ่ยหนึ่งลูก จุดประสงค์ก็เพื่อให้เขารู้จักการค้าที่จะร่วมมือกันในอนาคต โม่จิ่วเยี่ยจึงไม่คิดจะปิดบังเรื่องนี้“แตงโมเป็นผลผลิตที่พวกเราปลูกเอง เพียงแต่ตอนนี้มันยังไม่สุกงอม”เมื่อได้รับค าตอบแบบนี้ ถังหมิงรุ่ยก็ดีใจมาก
ราวกับว่าเขาก าลังเห็นภาพเงินมากมายที่ก าลังพุ่งเข้าหาตัวเองถังหมิงรุ่ยตื่นเต้นมากจนคว้ามือของโม่จิ่วเยี่ยไว้แน่น“พี่เก้า ท่านรีบบอกข้าเถอะ อีกนานแค่ไหนแตงโมถึงจะสุก?”เมื่อถูกชายหนุ่มร่างใหญ่จับมือไว้ โม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกไม่คุ้นชิน เขารีบดึงมือกลับและถอยหลังไปสองสามก้าว“รอจนกว่าเจ้าจะขายแตงหอมในไร่หมด แตงโมก็คงสุกพอดี”นี่คือเวลาท