ที่ไม่ว่าพวกเขาจะดูร้อนรนแค่ไหน โม่ฉิงก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย เอาแต่จ้องมองไปข้างหน้าด้วยสายตาเหม่อลอยหากไม่ใช่เพราะโม่จิ่วเยี่ยคอยควบคุมมือทั้งสองข้างไว้ เขาก็คงจะท าท่าเผากระดาษเงินกระดาษทองอยู่“น้องเก้า ขาของท่านพ่อเป็นอะไรกันแน่” พี่รองคาดเดาเหตุผลที่เป็นไปได้ไว้แล้ว แต่เขาก็ยังไม่อยากเชื่อและถามออกมาโม่จิ่วเยี่ยก็สรุปได้เช่นเดียวกันว่า ขาของบิดาเขาไม่อาจเหยียดตรงได้เพราะการคุกเข่ามานานสถานการณ์เช่นนี้ เขาไม่มีวิธีแก้ไขทั้งสิ้น ยิ่งไม่กล้าเหยียดขาของท่านพ่อออกโดยไม่ระมัดระวัง ได้แต่พาบิดากลับไปหมู่บ้านซีหลิ่งให้ภรรยาคิดหาวิธีแก้“พาท่านพ่อออกไปจากที่นี่ก่อน แล้วค่อยวางแผนต่อไป” โม่จิ่วเยี่ยพูดด้วยน ้าเสียงที่ดูสงบ แต่ความจริงแล้วในใจเขาก าลังสับสนวุ่นวาย
แม้ว่าบิดาจะฟื้นคืนสติแล้ว แต่ตอนที่เขาอุ้มอีกฝ่ายอยู่นั้น ก็รู้สึกได้ว่าลมหายใจแห่งชีวิตของบิดาอ่อนแรงมากเขาไม่กล้ารับประกันว่าเมื่อพาท่านพ่อออกจากที่นี่แล้ว จะยังมีชีวิตรอดต่อไปได้หรือไม่ความคิดเช่นนี้เขาไม่กล้าพูดออกมา อีกทั้งในใจก็ไม่อยากเผชิญหน้ากับความจริงเช่นนี้ด้วยในสถานการณ์ตอนนี้ การพาบิดาออกจากสถานที่อัปมงคลก่อนเป็นทางเลือกที่ถูกต้องพี่หกเข้ามาใกล้โม่จิ่วเยี่ย“น้องเก้า เจ้าอย่าเพิ่งรีบร้อน ข้าจะลองใช้วิชาตัวเบาขึ้นไปดูว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่”เรื่องนี้โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้คัดค้าน พวกเขาพี่น้องตรวจสอบสุสานทั้งหมดแล้ว นอกจากด