“ได้ พวกเราออกเดินทางกันเลย” พี่ห้าพูดพลางจับสายบังเหียนม้าพี่หกก็ขึ้นขี่ม้าเช่นกัน ส่วนโม่จิ่วเยี่ยรับหน้าที่เฝ้าปรมาจารย์ซือเหมิงอยู่ในรถม้า เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันเมื่อรถม้าเริ่มเคลื่อนตัว เสี่ยวไป๋ก็เกาะอยู่บนหลังคารถม้า พร้อมกับส่งเสียงร้องออกมาโม่จิ่วเยี่ยเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเองมัวแต่สอบสวนปรมาจารย์ซือเหมิงจนลืมเสี่ยวไป๋ไปเสียสนิท เขาจึงเปิดหน้าต่างรถม้า ปล่อยให้นกสีขาวเล็กบินเข้ามาเสี่ยวไป๋ยืนอย่างเชื่อฟังอยู่บนไหล่ของเขา ยังคงแสดงท่าทางอวดดีใส่ปรมาจารย์ซือเหมิงที่นอนเหมือนสุนัขตายไม่หยุดโม่จิ่วเยี่ยหัวเราะขณะป้อนอาหารให้มัน จากนั้นฉวยโอกาสตอนที่ปรมาจารย์ซือเหมิงหลับสนิท เขียนจดหมายบอกความปลอดภัยผูกไว้ที่ขาของเสี่ยวไป๋จดหมายนั้นเขียนถึงเฮ่อจือหร่าน เนื้อหาโดยรวมคือแจ้งว่าเขาปลอดภัยดี จับปรมาจารย์ซือเหมิงได้ส าเร็จ และก าลังพาเขามุ่งหน้าไปยังชายแดนตะวันตก
เสี่ยวไป๋กินอิ่มเต็มที่แล้วจึงบินน าจดหมายของโม่จิ่วเยี่ยมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านซีหลิ่งสามพี่น้องเดินทางราบรื่นตลอดเส้นทาง เพื่อให้ถึงชายแดนตะวันตกโดยเร็ว พวกเขายังคงมุ่งมั่นเดินทางต่อไปตราบใดที่ยังมีเรี่ยวแรงเหลืออยู่ด้วยความเร็วเช่นนี้ ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงชายแดนตะวันตกหลังจากผ่านไปสิบเอ็ดวันเนื่องจากเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดน การรักษาความปลอดภัยที่ประตูเมืองจึงค่อนข้างเข้มงวด ทหารหลายนายก าลังตรวจสอบผู้คนที่เดินทางเ