โม่จิ่วเยี่ยกล่าวจบ ก็เปิดอาหารที่พี่ห้าซื้อมาเมื่อวานซืน ในนั้นมีเกลือที่พวกเขาใช้ปรุงอาหารระหว่างทางอยู่เขาก าเกลือไว้ในอุ้งมือ จากนั้นออกแรงบีบ เกลือที่เดิมเป็นเม็ดเล็ก ๆ ราวกับเม็ดทรายก็กลายเป็นผุยผงในพริบตาโม่จิ่วเยี่ยโรยเกลือที่บดละเอียดแล้ว ลงบนแผลเหวอะหวะหลายแห่งบนร่างของปรมาจารย์ซือเหมิงทันใดนั้น เสียงร้องโหยหวนก็ดังออกมาจากในรถม้า “อ๊ากกกก…”โชคดีที่พวกเขาเลือกสถานที่ห่างไกลผู้คน มิเช่นนั้นเสียงร้องนี้คงท าให้ผู้คนที่เดินผ่านตกใจแน่ถึงกระนั้น เสี่ยวไป๋ที่เกาะอยู่บนหลังคารถม้าก็ยังตกใจจนกระพือปีกบินโม่จิ่วเยี่ยและโม่จงหยวนมองปรมาจารย์ซือเหมิงที่เหมือนก าลังทรมานยิ่งกว่าตายด้วยสายตาเย็นชาหลังจากผ่านไปนาน เมื่อเขาหยุดร้อง โม่จิ่วเยี่ยจึงถามว่า“ตอนนี้คิดดีแล้วใช่หรือไม่ว่าจะพูดอะไร?”“คิด…คิดดีแล้ว…” ปรมาจารย์ซือเหมิงดูอ่อนแรง“บอกมา ท่านพ่อกับพี่ชายของข้าอยู่ที่ไหนกันแน่?”
“พวกเขา…พวกเขาอยู่ที่ภูเขาเสี่ยวชิวจริง ๆ หลังจากองค์หญิงใหญ่ตาย ร่างของนางถูกส่งกลับไปยังหนานเจียง เพื่อความปรารถนาในใจข้า จึงได้สร้างสุสานให้นางด้วยมือของข้าเองที่ภูเขาเสี่ยวชิว บิดาของพวกเจ้าก็อยู่เฝ้าที่นั่น”คราวนี้ สองพี่น้องเชื่อค าพูดของเขาบ้างแล้วอย่างน้อย ๆ การเฝ้าศพของหยวนเหมิงก็นับเป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่งของปรมาจารย์ซือเหมิง“สุสานอยู่ที่ใด?” โม่จิ่วเยี่ยถามซ ้า“อยู่บนเนินเขาลูกที่หก”เนินเขาลูกที่หก ส