ปวดใกล้เข้ามาเรื่อย ๆรวมถึงเสียงอาวุธที่กระทบกัน
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าตนเองอยู่ไม่ไกลจากสถานที่ต่อสู้แล้ว นางไม่บุ่มบ่ามกระโดดเข้าไป แต่ฟังเสียงเหล่านั้นอย่างละเอียด และใช้มันตัดสินว่าสถานการณ์การต่อสู้เป็นอย่างไรบ้างโม่จิ่วเยี่ยเคยกล่าวไว้ว่า การพูดของชนเผ่าหมานอี๋นั้นมีส าเนียงคล้ายกับชาวบ้านซีเป่ย แต่ก็มีความแตกต่างชัดเจนอยู่อย่างหนึ่งชนเผ่าหมานอี๋จะใช้ค าว่า ‘ข้า(อั่น)’ เป็นสรรพนามบุรุษที่หนึ่งด้วยเหตุนี้ เฮ่อจือหร่านจึงสามารถใช้ค าพูดนี้เพื่อยืนยันได้ว่าเป็นคนฝ่ายไหนก าลังพูดนางลองส ารวจและเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างเงียบ ๆ เสียงที่ดังมาก็ดังใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ“บุกเข้าไป! ฆ่าพวกไม่กลัวตายพวกนี้ให้หมด ถึงเวลานั้น ทุกอย่างในหมู่บ้านนี้ก็จะกลายเป็นของพวกเรา”“พวกเจ้าอย่าฝันเลย!” เป็นเสียงพี่แปดเฮ่อจือหร่านสามารถได้ยินว่าเสียงของพี่แปดแหบพร่าเล็กน้อยเห็นได้ชัดว่าความรู้สึกเขาไม่ได้สงบนิ่งเท่าไหร่และฟังจากเสียงตะโกน เฮ่อจือหร่านยันได้ว่าจ านวนคนทั้งหมดคงมีอย่างน้อยห้าร้อยกว่าคนขึ้นไปชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านซีหลิ่งรวมกันก็มีมากกว่าร้อยคน เห็นได้ชัดว่าชนเผ่าหมานอี๋ลงมือจริง ๆ แล้ว
เพียงแต่ตอนนี้นางมองไม่เห็นลักษณะของชนเผ่าหมานอี๋ จึงไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นกลุ่มชาวบ้านธรรมดาที่รวมตัวกันหรือเป็นคนจากกองทัพของทางการต่อมา นางได้ยินเสียงของพี่สะใภ้รองพูดว่า“ท่านแม่ อาวุธของพวกเราร้ายกาจขนาดนี้ ไม่สู้เอาออกมาใ