ีของปรมาจารย์ซือเหมิงแล้ว จึงไม่คิดจะอยู่รั้งอยู่ที่นี่อีก ค่อยคิดหาวิธีการระหว่างทางอีกที่“พี่ห้า พวกเราออกเดินทางกันเดี๋ยวนี้เลยเถอะ รีบเร่งม้าไปยังชายแดนตะวันตก ดูว่าพี่สามกับคนอื่นจะมีความคืบหน้าอะไรบ้างแล้วค่อยคิดหาวิธีด้วยกัน”เมื่อเห็นสีหน้าของน้องชาย พี่ห้าก็รู้ว่าเรื่องนี้เร่งด่วนมาก “ได้พวกเราออกเดินทางกันตอนนี้เลย บังเอิญข้าซื้อเสบียงแห้งมาบ้างแล้ว พวกเราสามารถกินประทังชีวิตระหว่างทางไปได้อีกหลายวัน”สามพี่น้องโยนตัวปรมาจารย์ซือเหมิงเข้าไปในรถม้า แม้ว่าอีกฝ่ายจะอยู่ในสภาพหมดสติ แต่ไม่มีใครกล้าประมาทพวกเขาต้องไม่ปล่อยให้จิ้งจอกเฒ่าคนนี้มีโอกาสหนีได้เด็ดขาด
ดังนั้นพี่หกจึงรับหน้าที่ขับรถม้า พี่ห้าขี่ม้าและจูงอีกตัว ส่วนโม่จิ่วเยี่ยอยู่ในรถม้าคอยเฝ้าปรมาจารย์ซือเหมิง หากอีกฝ่ายตื่นขึ้นมาเขาก็จะหาวิธีต่อกรกับปรมาจารย์ซือเหมิงต่อไปอาจเป็นเพราะจิตใต้ส านึกของปรมาจารย์ซือเหมิงไม่อยากตื่นมาทรมานกับอาการคันเหล่านั้น หลังรถม้าวิ่งมาได้ร้อยลี้และเวลาล่วงเลยจนดึกดื่น เขาจึงเริ่มมีทีท่าว่าจะตื่นตลอดเส้นทาง โม่จิ่วเยี่ยยังคงรักษาสติให้แจ่มชัดอยู่เสมอ เพื่อจะสังเกตความเคลื่อนไหวของปรมาจารย์ซือเหมิงได้ โคมไฟก็ยังคงส่องสว่างอยู่ตลอดเวลาด้วยเหตุนี้ เมื่อปรมาจารย์ซือเหมิงเริ่มมีปฏิกิริยาเล็กน้อย โม่จิ่วเยี่ยก็สังเกตเห็นได้ปรมาจารย์ซือเหมิงถูกยิงด้วยปืนยาสลบถึงสองครั้งในวันเดียวกัน ตอนนี้สมอง