ของเขาจึงยังคงมึนงงสับสนความรู้สึกแรกของเขาคือร่างกายทั้งหมดหนักอึ้ง และไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระอย่างไรก็ตาม ไม่นานนักเขาก็ตระหนักได้ว่าตนเองก าลังตกอยู่ในอันตราย และเพียงอาศัยแสงสว่างจากโคมไฟ ก็มองเห็นใบหน้าของคนตรงหน้าได้อย่างชัดเจน“โม่จิ่วเยี่ย เจ้าต้องการอะไรกันแน่?”
แม้ว่าโม่จิ่วเยี่ยจะยังไม่มีวิธีจัดการกับอีกฝ่ายในตอนนี้ แต่เขาก็ไม่ยอมเสียท่าทีแต่อย่างใด“ข้าต้องการรู้สิ่งที่อยากรู้จากปากของเจ้า”เสียงสนทนาของทั้งสองไม่ได้เบานัก และไม่มีท่าทีว่าจะปิดบังใครพี่หกที่ก าลังขับรถม้าอยู่ข้างนอกจึงได้ยินด้วยยามนี้พวกเขาก าลังเดินทางผ่านชนบทอันห่างไกล การพูดคุยกันจึงไม่ต้องกังวลเรื่องอะไร“จิ้งจอกเฒ่า หากเจ้ายังไม่รู้จักสถานะของตนเองในตอนนี้ เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะใช้ค้อนทุบเจ้าให้ตาย”พี่หกกับโม่จิ่วเยี่ยมีความคิดตรงกัน ทั้งคู่ใช้วิธีการข่มขู่เป็นหลักหากปรมาจารย์ซือเหมิงอยากรักษาชีวิตแม้เพียงเล็กน้อย พวกเขาก็ไม่เชื่อว่าจะไม่สามารถเค้นถามข้อมูลจากปากของเขาได้น่าเสียดายที่วิธีการของโม่จิ่นเหนียนและโม่จิ่วเยี่ยนั้นใช้ไม่ได้ผลกับปรมาจารย์ซือเหมิง พวกเขาไม่รู้เลยว่าฤทธิ์ของผงคันบนตัวปรมาจารย์ซือเหมิงหมดไปแล้ว อีกฝ่ายไม่รู้สึกทรมานอีกต่อไปท าให้มีความหวังเล็ก ๆ ที่จะมีชีวิตอยู่ต่อได้อย่างไรก็ตาม เขาไม่ต้องการเปิดเผยมันต่อหน้าพี่น้องสกุลโม่“หึ! ชายชาตรีเยี่ยงข้า พวกเจ้าจะฆ่าจะแกงก็ตามใจ ไ