ีท่าทางตื่นตระหนกเช่นนั้นก็รู้สึกเสียใจที่ตนเองพูดผิดพลาดไป แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกโล่งใจมากในเมื่อพูดออกไปแล้ว เขารู้ดีว่าแม้จะแก้ตัวอย่างไรมันก็ไร้ประโยชน์ บางทีเขาอาจจะใช้โม่ฉิงกับบรรดาพี่น้องสกุลโม่ที่เหลือมาเจรจาต่อรองได้“ถูกต้อง โม่ฉิงถูกกู่ของข้าควบคุมจริง ๆ แต่แล้วอย่างไรเล่า หากข้าไม่บอกที่อยู่ของเขา ต่อให้พวกเจ้าเดินจนเท้าขาดก็หาคนไม่พบหรอก ฮ่า ๆ ๆ …”ปรมาจารย์ซือเหมิงรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก เปล่งเสียงหัวเราะดังลั่นท่าทางเช่นนั้นในสายตาของพี่น้องสกุลโม่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงว่ามันน่าสั่งสอนสักแค่ไหน ปรมาจารย์ซือเหมิงรู้แล้วว่าพวกเขาไม่กล้าลงมือสังหารตน เพราะเห็นแก่ชีวิตของบิดาอีกอย่าง ความหมายของการข่มขู่นี้ไม่จ าเป็นต้องพูดมาก
สรุปแล้วการกระท าของปรมาจารย์ซือเหมิงก็ท าให้พี่น้องสกุลโม่ไม่พอใจแล้วจริง ๆผลลัพธ์ของความไม่พอใจนี้มีเพียงอย่างเดียว นั่นคือการซ้อมเขาอย่างหนักโดยที่ยังคงรักษาชีวิตของอีกฝ่ายเอาไว้เมื่อครู่เป็นโม่จิ่วเยี่ยที่ลงมือ คราวนี้เปลี่ยนเป็นพี่หก เขากระโดดขึ้นไปบนรถม้า จากนั้นก็ยกตัวปรมาจารย์ซือเหมิงขึ้นมาทั้งร่างแล้วโยนคนลงพื้นพี่ห้าเห็นอย่างนั้นก็ไม่อดทนอีกต่อไป ยกเท้าเตะร่างของปรมาจารย์ซือเหมิงอย่างแรงพี่น้องสกุลโม่ล้วนมีพื้นเพมาจากกองทัพ พวกเขารู้ดีที่สุดว่าจุดไหนเจ็บปวดที่สุดเมื่อจะท าร้ายคนโดยไม่ให้ถึงตาย“..อัก..สักวันพวกเจ้าจะต้องชดใช้เรื่องในครั้งนี้…”พ