้นแล้ว ข้าย่อมต้องจากไปเป็นธรรมดา”เฟ่ยหนานอวี่มองอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้ง ในใจรู้สึกสับสนปนเปกันไปหมดสิ่งที่เขาชื่นชมที่สุดคือความกล้าหาญและความจงรักภักดีของบุรุษสกุลโม่ หากคนที่มีความสามารถเช่นนี้ เมื่อตนได้ขึ้นครองต าแหน่งนั้น ก็จะต้องวางใจใช้งานได้โดยไม่เคลือบแคลง“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเราคงได้พบกันอีก หากคุณชายเก้าต้องการความช่วยเหลือใดจากข้า ก็ให้ใต้เท้าเมิ่งส่งข่าวมา ตราบใดที่ข้าท าให้ได้ ข้าจะทุ่มเทสุดความสามารถแน่นอน”เฟ่ยหนานอวี่แสดงไมตรีต่อโม่จิ่วเยี่ยอย่างจริงใจ หวังว่าสักวันอีกฝ่ายจะเห็นถึงความจริงใจของตน และยอมเป็นก าลังส าคัญให้“ตกลง ข้าจะจ าค าพูดของคุณชายเฟ่ยไว้”โม่จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างสุภาพ และไม่คิดจะรบกวนเวลาที่เฟ่ยหนานอวี่ต้องการใช้คิดหาวิธีแก้ไขปัญหาอีกต่อไป
เขาไม่ได้ออกจากจวนอ๋องเก้าในทันที่ แต่กลับเดินไปหาท่านหญิงอวี้เมื่อครู่ตอนเห็นสตรีผู้นี้พยายามยั่วยวนเฟ่ยหนานอวี่ ก็รู้ได้ทันทีว่านางเป็นคนเจ้าชู้ ไม่รักนวลสงวนตัวพี่ชายภรรยาเฮ่อซื่อหมิงเป็นถึงบัณฑิตหนุ่มที่เก่งกาจที่สุด จะยอมให้หญิงประเภทนี้มาท าให้แปดเปื้อนได้อย่างไร?แม้ว่าเขาเพิ่งจะบอกแผนการของอ๋องเก้าให้เฟ่ยหนานอวี่ทราบแล้ว เมื่อไหร่ที่เฟ่ยหนานอวี่จัดการส าเร็จ คนของจวนอ๋องเก้าทั้งหมดก็จะได้รับผลกระทบแต่เรื่องเช่นนี้ก็ยากจะรับประกันว่าจะไม่เกิดเหตุไม่คาดฝัน หากอ๋องเก้าหลุดพ้นจากความผิด ท่านหญิงอวี้ก็ยังคงต้องแ