วเยี่ยยังคงอยู่ในสภาพแปลงโฉม ด้วยเหตุนี้ เฮ่อเยวียนหมิงจึงไม่เห็นร่องรอยของลูกเขยตัวเองบนใบหน้านั้นแม้แต่น้อยเฮ่อเยวียนหมิงไม่รู้ว่าคนที่มามีจุดประสงค์อะไร แม้จะกล่าวว่าเป็นลูกเขยของตน เขาก็ไม่ได้ส่งเสียงดัง แต่ตอบกลับเบา ๆ ว่า “เจ้าอย่าพูดเหลวไหล ข้าจะแก่จนตาฝ้าฟางถึงขนาดจะจ าหน้าตาลูกเขยตัวเองไม่ได้เชียวหรือ?”
“เจ้าเป็นใครกันแน่? ที่นี่คือจวนของท่านอ๋องเก้า เพียงข้าส่งเสียงดัง เจ้าก็ไม่มีทางหนีรอดแล้ว”โม่จิ่วเยี่ยรู้ดีว่าโฉมหน้าของตนท าให้พ่อตาเข้าใจผิด“ท่านพ่อตา ข้าคือโม่จิ่วเยี่ยจริง ๆ ข้ามาเมืองหลวงครั้งนี้เพราะมีธุระส่วนตัวบางอย่าง เพื่อสะดวกในการเคลื่อนไหวจึงต้องปลอมตัวท่านพ่อตาพูดคุยด้วยสักครู่ ทุกอย่างก็จะกระจ่างแจ้ง”เพื่อให้พ่อตาเชื่อใจตน โม่จิ่วเยี่ยจึงกล่าวอีกครั้ง “บนไหล่ซ้ายของหร่านหร่านมีปานรูปดอกเหมยขนาดเท่าเล็บมืออยู่”คราวนี้เฮ่อเยวียนหมิงเริ่มเชื่อแล้วเขาพินิจพิเคราะห์โม่จิ่วเยี่ยอีกครั้ง แม้ว่าใบหน้าจะไม่มีส่วนคล้ายกับลูกเขยของตนเลย แต่รูปร่างนั้นกลับคล้ายคลึงกันมาก“เจ้าเป็นโม่จิ่วเยี่ย ลูกเขยของข้าจริง ๆ หรือ?”โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้าน้อย ๆ “ท่านพ่อตา ข้าขอสนทนากับท่านเป็นการส่วนตัวสักครู่ ข้ามีเรื่องส าคัญจะแจ้งให้ทราบ”เขาช่วยเช็ดปกเสื้อของพ่อตามานานแล้ว หากยังท าต่อไป ก็อาจท าให้ผู้อื่นสงสัยได้“ใต้เท้า เสื้อผ้าของท่านเปียกไปหมดแล้ว ให้ข้าพาท่านไปเปลี่ยนชุดใหม่ดีหร