ยงลงไปกระแทกพื้น ก่อนโม่จิ่วเยี่ยจะกระโดดตามลงไปทันที่ภายในช่องทางลับค่อนข้างมืด โม่จิ่วเยี่ยมือหนึ่งจับตัวปรมาจารย์ซือเหมิงไว้ อีกมือถือไฟฉายส่องทางเขาเดินทางมาเช่นนี้มาประมาณครึ่งชั่วยาม ด้านหน้าก็เริ่มปรากฏแสงสว่างขึ้นมาอย่างราง ๆ แล้วเขารู้ว่าระยะทางถึงจุดสิ้นสุดของช่องทางลับนั้นอยู่ไม่ไกลโม่จิ่วเยี่ยเดินต่อไปอีกสักพัก ไม่นานนักก็เห็นประตูไม้บานหนึ่งปรากฏอยู่เบื้องหน้าที่บอกว่าเป็นประตูไม้ แท้จริงแล้วบนนั้นไม่มีที่จับ เขาเดาว่าสิ่งนี้น่าจะเป็นตู้หรืออะไรท านองนั้น ต้องดึงไปมาถึงจะเปิดได้และเป็นไปตามที่คาดไว้ เขาเพียงดึงซ้ายทีขวาที่ ประตูไม้ก็ขยับเคลื่อนไหวเล็กน้อยไปทางซ้าย ประตูเปิดออกทันที่แสงสว่างจ้าพุ่งเข้ามาทันใด พาให้โม่จิ่วเยี่ยตาพร่ามัวไปชั่วขณะแต่ไม่นาน เขาก็ปรับสายตาได้สิ่งที่เห็นคือห้องกว้างขวางสว่างไสว ในห้องนี้นอกจากตู้เสื้อผ้าที่ใช้เป็นประตูลับของช่องทางแล้วก็ไม่มีเครื่องเรือนอย่างอื่นอยู่เลยโม่จิ่วเยี่ยไม่สนใจอะไรมาก โยนปรมาจารย์ซือเหมิงลงบนพื้นส่วนตัวเขาค่อย ๆ เดินไปทางประตู
ชายหนุ่มผลักประตูห้องเบา ๆ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือคฤหาสน์หลังหนึ่งภายในลานบ้านตรงข้ามกับความสะอาดเรียบร้อยของห้องนี้วัชพืชสามารถเห็นได้ทั่วไป ชัดเจนว่าที่นี่คงถูกทิ้งร้างไปแล้วเพียงแต่รอยที่ไม่ชัดเจนซึ่งทอดยาวจากประตูใหญ่ไปตัวบ้านกลับดึงดูดความสนใจของเขาที่นี่ไม่ได้ถูกทิ้งร้าง แต่มีคนเดินผ่าน